♦ สถาปนาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรฯ
ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหนังสือที่ พว. 0202.2/10609 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2568 กราบทูล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อทรงทราบว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาเลื่อนพระอิสริยยศเฉลิมพระนามพระอัฐิพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็น “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์”

นับเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า พระองค์ที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้รับการโปรดสถาปนาในพระอิสริยยศที่ “กรมพระ”
โดยที่พระนามนำหน้า “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า” นั้น เป็นพระยศสูงสุดสำหรับสมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
ทรงเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย และทรงริเริ่มให้จัดหลักสูตรธรรมศึกษา เป็นหลักสูตรการเรียนพระพุทธศาสนาสำหรับฆราวาส ควบคู่ไปกับหลักสูตรนักธรรมของบรรพชิต
ทรงเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญพระองค์หนึ่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์
♦ ด.ช.กีต้าร์-ไวรัลวลีดังแฝงคุณธรรม
กลายเป็นไวรัลดังในโลกออนไลน์ ประโยคเด็ดฮีลใจของ ด.ช.นัฐโชติ มรกฎคันโท (กีต้าร์) นักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดนิโครธาราม จ.พัทลุง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการประกวดบรรยายธรรมระดับจังหวัด ประจำปี 2568 จัดโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

โดยมีการนำคลิปการประกวดบรรยายธรรมของ ด.ช.กีต้าร์ ตัดท่อนที่กล่าวคำคม “….ไม่ต้องบินให้สูง อย่างใครเขา…จงบินเอา เท่าที่เราจะบินไหว…” เผยแพร่ในสื่อโซเชี่ยลติ๊กต็อก จนกลายเป็นกระแสยอดฮิตในโลกโซเชี่ยลที่มีผู้ติดตามสูง มียอดวิวถึง 11 ล้านวิว ผู้คนหลากหลายวงการ ทั้งศิลปิน ดารานักร้อง นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนผู้ประกอบอาชีพต่างๆ ได้นำวลีเด็ดนี้ ไปสร้างคอนเทนต์เผยแพร่ผ่านช่องทางติ๊กต็อก ของตนเอง
จนมีผู้ติดตามและเผยแพร่ต่อๆ กัน เป็นจำนวนมากภายในห้วงเวลาอันรวดเร็ว
สร้างค่านิยมเชิงบวกสู่สังคมคุณธรรม ในบริบทสังคมไทย
♦ ‘อดีตพระพรหมเมธี’กลับไทย-สู้คดีเงินทอนวัด
พระจำนงค์ ธัมมจารี หรืออดีตพระพรหมเมธี เดินทางกลับประเทศไทย ออกจากแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และเดินทางถึงประเทศไทยเวลาประมาณ 06.30 น. เช้าวันที่ 5 มิ.ย.2568
การเดินทางกลับประเทศไทยของอดีตพระพรหมเมธีครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดเมื่อปี พ.ศ.2561 และได้ลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี

หลังเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ได้เข้ามอบตัวทันที ต่อคณะพนักงานสอบสวน บช.ก. เพื่อสู้คดี หลังต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัด ฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542
จากนั้นได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน จำนวน 4 แสนบาท เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว โดยพนักงานสอบสวนพิจารณา อนุมัติให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

ระหว่างนี้มาประจำที่วัดพระยายัง เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
อดีตพระพรหมเมธี ปัจจุบันอายุ 84 ปี เป็นพระเถระที่มีลูกศิษย์จำนวนมาก เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะสงฆ์ไทย อาทิ กรรมการมหาเถรสมาคม, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นต้น
♦ ตั้ง‘อุดมพร เอกเอี่ยม’ผอ.พศ.ใหม่
วันที่ 30 ส.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 ประกาศ ณ วันที่ 30 ส.ค.2568

ทั้งนี้ นางอุดมพร จะเป็นผอ.สำนักพุทธฯ คนที่ 12 และเป็นผู้หญิงคนที่สองที่ดำรงตำแหน่งนี้ ต่อจากนางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักพุทธฯ คนที่ 5
สำหรับประวัติ นางอุดมพร เอกเอี่ยม เกิดปี 2512 การศึกษาบัญชีบัณฑิต (บัญชี) มหาวิทยาลัยศรีปทุม, บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (การจัดการองค์กร) มหาวิทยาลัยศรีปทุม
ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 มีประสบการณ์ยาวนานในตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงมีทั้งอาวุโสและความสามารถในการบริหารราชการระดับสูง โดยดำรงตำแหน่งระดับ 10 ตั้งแต่ปี 2560 เป็นเวลา 8 ปี จึงถือว่ามีอาวุโสสูงสุดในระดับเดียวกัน อีกทั้งยังสำเร็จการศึกษาด้านบัญชี ทำให้มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การบริหาร และการจัดการองค์กรเชิงนโยบาย
♦ ยกเลิกตั้งสมณศักดิ์พระเถระ 81 รูป
วันที่ 15 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศยกเลิกพระบรมราชโองการประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ และพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
ความว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาสมณศักดิ์พระสงฆ์ จำนวน 4 รูป และพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ จำนวน 77 รูป รวมทั้งหมด 81 รูป ตามประกาศพระบรมราชโองการ จำนวน 2 ฉบับ ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 นั้น
บัดนี้ ทรงมีพระราชดำริว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับพระภิกษุ ซึ่งประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณสารูป และพระราชาคณะกระทำผิดพระธรรมวินัย เป็นเหตุให้พุทธศาสนิกชนได้รับผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่ง จึงประกาศยกเลิกพระบรมราชโองการประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ และพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ดังกล่าว
♦ ‘เจ้าคุณแย้ม’ยักยอกเงินวัดไร่ขิง
สะเทือนวงการสงฆ์ วันที่ 15 พ.ค. พระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม กิตตินธโร) เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม พระเถระชั้นผู้ใหญ่ เข้ามอบตัวกับตำรวจบก.ปปป.หลังถูกร้องเรียนว่ายักยอกเงินวัดกว่า 300 ล้านบาท โดยมีเส้นทางการเงินโอนเข้าบัญชีส่วนตัวเพื่อหมุนเวียนพบเงินหมุนเวียนในเว็บพนันกว่า 500 ล้านบาท

ในชั้นแรกแม้จะเข้ามอบตัว แต่ข้อมูลยังขัดแย้ง เจ้าหน้าที่จึงต้องสอบสวนเพิ่ม โดยได้ลาสิกขาอย่างเป็นทางการ ต่อหน้าพระพุทธรูปที่กองบังคับการปราบปราม หลังถูกสอบสวน และยอมรับสารภาพบางส่วน
ต่อมา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าจับกุมพร้อมกับน.ส.อรัญญาวรรณ หรือ “สีกาเก็น” ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมานานหลายปี และมีบทบาทในการรับเงินจำนวนมากจากวัด ทำให้เกิดการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการโอนเงินวัดจำนวนมากเข้าบัญชีผู้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์

ท้ายที่สุดถูกตำรวจควบคุมตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ และถูกนำตัวไปฝากขัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
♦ ยกเลิกใบอนุโมทนาบัตรลดหย่อนภาษี
กรมสรรพากรได้ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงวันที่ 15 ส.ค.2568 แจ้งว่า กำหนดให้การบริจาคให้แก่วัด มูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์การต่างๆ ซึ่งผู้บริจาคได้รับสิทธิหักลดหย่อนเงินบริจาคหรือหักรายจ่ายการบริจาค ต้องใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากรเท่านั้น ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 เป็นต้นไป

โดยสำนักพุทธฯ เร่งดำเนินการแจ้งไปยังวัดต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ในการอำนวยความสะดวกให้กับวัดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนตามระบบดังกล่าว
ดังนั้น ตั้งแต่ 1 ม.ค.2569 เป็นต้นไป ผู้ที่ไปถวายเงินทำบุญให้กับวัด จะไม่สามารถนำใบอนุโมทนาบัตรมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้แล้ว แต่หากยังต้องการบริจาคให้กับวัดโดยไม่ผ่านระบบดังกล่าว ทั้งยังต้องการใบอนุโมทนาบัตร ยังสามารถทำได้ แต่จะไม่มีผลในการนำมาใช้หักลดหย่อนภาษีได้
แนวทางของกรมสรรพากร จะช่วยป้องกันการนำใบอนุโมทนาบัตรไปเขียนตัวเลขทำบุญเอง ทั้งลดภาระงานในการตรวจสอบใบอนุโมทนาบัตร
ที่สำคัญยังเป็นการช่วยลดปัญหาการถวายเงินสดให้วัดด้วย
♦ ‘พระคึกฤทธิ์’เผชิญข้อหายักยอก
เกิดกระแสข่าวลือว่า พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โอนเงินจำนวนประมาณ 12 ล้านบาท ไปยังสีกาคนสนิทที่เยอรมนี โดยถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริจาคของวัด และนำไปฟอกเงินผ่านมูลนิธิที่เยอรมนี

กระทั่งวัดได้มอบหมายให้ทนายความออกมาแถลงข่าวชี้แจงว่า เป็นการโอนเงิน เพื่อจัดตั้งมูลนิธิสร้างวัดที่เยอรมนี และสาเหตุการใช้บัญชีส่วนตัวเพื่อความสะดวกในการขอวีซ่า ไม่ใช่การยักยอกหรือฟอกเงินแต่อย่างใด
สำหรับพระอาจารย์คึกฤทธิ์ เป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง เจ้าของประโยค “พุทธวจน” ด้วยแนวทางการสอนที่ยึดมั่นคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระไตรปิฎกโดยตรง มีจุดเด่นคือ ความชัดเจน เป็นระบบ เข้าใจง่าย
จนกลายเป็นที่รู้จักและมีญาติโยมเข้ามาที่วัดเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ โดยนำเอกสารเข้าชี้แจงแล้ว
สุดท้ายนี้ ผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินและเงินบริจาคจะพิสูจน์ความจริงได้ว่า เป็นการยักยอกหรือฟอกเงินหรือไม่?