วันเสาร์ที่ 7 ก.พ.2569 น้อมรำลึกวันครบ 127 ปี ชาตกาล “ครูบาชุ่ม โพธิโก” แห่งวัดชัยมงคล (วังมุย) ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน พระเถราจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งในภาคเหนือ ชื่อเสียงเกียรติคุณ เป็นที่รับรู้กันเป็นอย่างดี อันเปี่ยมไปด้วยเมตตาบารมี มีศีลาจารวัตรยึดมั่น

มีนามเดิม ชุ่ม ปลาวิน เกิดเมื่อวันอังคารที่ 7 ก.พ.2442 ที่บ้านวังมุย จ.ลำพูน บิดา-มารดา ชื่อ นายมูล-นางลุน ปลาวิน ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ช่วยเหลือบิดามารดาแบ่งเบาภาระการงาน เช่น ช่วยทำงานในทุ่งนา เท่าที่สามารถจะทำได้ทุกอย่าง เลิกงานก็ทำสวนทำไร่ ถางหญ้าพรวนดิน และงานบ้าน

ครั้นเมื่อเติบโตได้พอสมควร ศึกษาเล่าเรียนการอ่าน การเขียนหนังสือเบื้องต้น กับเจ้าอาวาสวัดศรีสองเมือง พร้อมกับเรียนวิธีการอ่านบทสวดมนต์ และธรรมะเบื้องต้นจากเจ้าอาวาส

ด้วยความเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย และมีความจำดีเลิศ จึงเป็นที่เมตตาของท่านเจ้าอาวาส ทำให้ซึมซับหลักพระธรรมคำสอนจนสามารถอ่านหนังสือ และสวดมนต์ได้อย่างคล่องแคล่ว

อายุ 12 ปี ขออนุญาตบิดาและมารดา เพื่อบรรพชา ซึ่งบุพการีทั้งสองจึงได้นำไปฝากเป็นศิษย์ครูบาอินตา แห่งวัดพระธาตุขาว จ.ลำพูน

อริยะโลกที่ 6 - ครูบาชุ่ม วัดวังมุย ศิษย์ครูบาศรีวิชัย

ต่อมาเข้าพิธีบรรพชา โดยมีครูบาอินตา วัดพระธาตุขาว เป็นพระอุปัชฌาย์

ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนอายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่บ้านวังมุย จ.ลำพูน มีพระครูบาอินตา วัดพระธาตุขาว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์หมื่น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์หลวงอ้าย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า โพธิโก

ด้วยใจฝักใฝ่ในพระธรรมคำสั่งสอน ออกเดินทางศึกษาหาความรู้ในด้านพระกัมมัฏฐาน ปฏิบัติด้านวิปัสสนาธุระ ซึ่งเป็นการศึกษาอีกประการหนึ่งที่ควบคู่กับด้านคันถธุระ เพื่อชำระจิตใจตัวเองให้บริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลส อันจะยังให้เกิดสมาธิเบื้องสูง ซึ่งเป็นภาระหนักมาก ในการเพียรพยายาม

นอกจากนี้ ยังศึกษาศาสตร์ทางวิทยาคมและการพิชัยสงครามอีกด้วย

เดินทางมาที่วัดท้าวบุญเรือง ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ โดยมีครูบาสุริยะ เป็นพระอาจารย์ เมื่อศึกษาจบได้ไปศึกษาต่อกับครูบาศรีวิชัย วัดร้องแหย่ง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้เป็นพระอาจารย์วิปัสสนากัมมัฏฐานและเป็นพระปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น

ศึกษาสำเร็จและมีความชำนาญเชี่ยวชาญดีแล้ว จึงได้กราบลาพระอาจารย์ออกเดินทางค้นคว้าศึกษาหาวิชาต่อไปอีก ต่อมาครูบาชุ่มเข้าศึกษาต่อกับครูบาแสน วัดหนองหมู อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพระอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานสำนักใหญ่ในจังหวัด มีลูกศิษย์มากมาย

อยู่ปรนนิบัติอุปัฏฐากผู้เป็นอาจารย์เป็นเวลานานถึง 2 ปี จึงกราบลาพระอาจารย์กลับวัดวังมุย

ต่อมาเกิดความเบื่อหน่าย ด้วยต้องการปฏิบัติเพื่อความสงบวิเวก จึงตัดสินใจออกธุดงค์ โดยจาริกไปยัง อ.ลี้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวลัวะ, ยาง, กะเหรี่ยง, อบรมธรรมเทศนาธรรมโปรดชาวบ้าน จนมีลูกศิษย์มากมาย

เมื่อมีการสร้างทางขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพ ในปี พ.ศ.2478 ด้วยการริเริ่มและนำโดยครูบาศรีวิชัย วัดบ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน

ขณะนั้นมีอายุ 37 ปี เข้าร่วมช่วยเหลือการสร้างด้วย โดยสมัครเข้าเป็นศิษย์

ครูบาศรีวิชัยแบ่งแยกหน้าที่การงานให้ปฏิบัติ ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือครูบาศรีวิชัยอย่างใกล้ชิด ทั้งภายในวัดและนอกวัด ได้รับข้อปฏิบัติธรรมมากมาย มีโอกาสศึกษากันอย่างใกล้ชิด ทุกยามค่ำ ครูบาศรีวิชัยจะอบรมสั่งสอนข้อปฏิบัติสมาธิวิปัสสนากัมมัฏฐานจนเกิดความชำนาญ

เป็นพระเถระที่รอบรู้และเคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีความวิริยอุตสาหะปฏิบัติ

รับนิมนต์ให้เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกหลายงาน ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง ได้แก่ พิธีพุทธาภิเษกอัฐิครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดบ้านปาง จ.ลำพูน ครูบาชุ่มเป็นประธานในพิธี มีพระเถระทั่วภาคเหนือเข้าร่วมในพิธีนี้ ซึ่งนับเป็นประวัติการณ์

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.2519 สิริอายุ 77 ปี พรรษา 57

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน