“หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ” หรือ “พระราชสังวราภิมณฑ์” วัดประดู่ฉิมพลี แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ พระเกจิดังแห่งเมืองกรุง
ประวัติ เป็นชาว อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เกิดวันที่ 27 มี.ค.2430
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดประดู่ฉิมพลี มีพระครูสมณธรรมสมาทาน (แสง) วัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูอักขรานุสิต (ผ่อง) วัดนวลนรดิศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูธรรมวิรัติ (เชย) วัดกำแพง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “อินทสุวัณโณ”
อยู่ศึกษาพระธรรมวินัยตลอดจนวิปัสสนาธุระกับพระอาจารย์พรหม ที่ วัดประดู่ฉิมพลี เมื่อทราบว่าสำนักใดมีพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคม เดินทางไปศึกษาวิชา ยิ่งในย่านฝั่งธนบุรียุคนั้น หลวงปู่เอี่ยม (เจ้าคุณเฒ่า) วัดหนัง มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นวัดที่อยู่ในย่านเดียวกัน บวชได้ประมาณ 5 พรรษาก็เดินทางไปขอศึกษาวิทยาคมจากหลวงปู่เอี่ยม
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2521 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสังวราภิมณฑ์
บั้นปลายชีวิต เริ่มอาพาธด้วยโรคชรา เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน สุขภาพ จึงไม่แข็งแรง
กระทั่งเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2524 มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 94 ปี พรรษา 73
สร้างวัตถุมงคลตั้งแต่ปี พ.ศ.2468 เป็นพระผง ในวงการพระเครื่องเรียกว่า “พระผงแช่น้ำมนต์ 13 พิมพ์แรก”
หลังจากนั้น สร้างติดต่อกันเรื่อยมา ทั้งประเภทเนื้อผง เหรียญและพระกริ่ง ที่นิยมได้แก่ พระปิดตาพิมพ์ต่างๆ อาทิ พระปิดตาจัมโบ้ 1-2 พระปิดตาข้างกระหนก พระปิดตาหลังเต่า พระปิดตานะทะนะ และพระปิดตาปลดหนี้

เหรียญหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
สำหรับเหรียญรุ่นแรก เป็นเนื้อเงิน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2510 ลักษณะเป็นทรงกลมรูปไข่ มีหู
ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนนั่งขัดสมาธิ เต็มองค์ บนอาสนะ ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า “พระครูวิริยกิตติ (หลวงปู่โต๊ะ)” ขนาบข้างลายกระหนก เป็นที่สังเกตลายกระหนกข้างขวาแตก โค้ดท้ายชื่อใต้เข่าซ้ายลึกคมชัดขาตั่งมีติ่งเล็กๆ ขอบสันมีรอยขัด
ด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์ ขอบด้านบน เขียนคำว่า “วัดประดู่ฉิมพลี ธนบุรี” และเขียนคำว่า “ฉลองอายุครบ ๘๐ ปี ๒๕๑๐” ขอบปลิ้นมีรอยแต่งขอบ ในยันต์มีขี้กลากคม
วัตถุมงคลเลื่องชื่อด้านเมตตามหานิยม และด้วยวัตรปฏิบัติอันงดงาม