“พระโสภณสมาจาร” หรือ “หลวงปู่เหรียญ สุวัณณโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) และอดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองกาญจนบุรี
ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกใกล้ชิดและได้รับการสืบทอดวิทยาคมจาก “หลวงปู่ยิ้ม” อดีตเจ้าอาวาสรูปสำคัญวัดหนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อันเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอาจารย์ยุคโบราณที่มีอาคมสูง
มีนามเดิมว่า เหรียญ รัสสุวรรณ เป็นบุตรของชาวไทยเชื้อสายจีน เกิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2419 ตรงกับวันเสาร์ แรม 7 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด ที่บ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายโผ และนางแย้ม รัสสุวรรณ มีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 7 คน
แม้จะเกิดมาในตระกูลชาวนา-ชาวไร่ มีอาชีพที่เรียกว่าหาเช้ากินค่ำ ต้องช่วยบิดา มารดาหาเลี้ยงชีพตามวิสัยชาวชนบทในสมัยที่บ้านเรือนยังไม่เจริญรุ่งเรือง
แต่กระนั้นก็ยังสามารถเสาะแสวงหาความรู้ ด้วยความเอาใจใส่กับวิชาที่เล่าเรียน จนสามารถอ่านออกเขียนได้ มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญยิ่งทั้งภาษาไทย และภาษาขอม เป็นที่พึ่งแก่คนทั่วไป นับได้ว่าควรแก่การสรรเสริญ จากนั้นท่านจึงได้กลับมาช่วยเหลือบิดา มารดา ทำไร่ไถนา เป็นการแบ่งเบาภาระตามความจำเป็นในยุคนั้น

อายุย่าง 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2440 โดยมีเจ้าอธิการยิ้ม วัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสิงคิบุรณคณาจารย์ (คง ทองสุด) วัดเทวสังฆาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์อยู่ วัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “สุวัณณโชติ”
อยู่จำพรรษาวัดศรีอุปลารามตลอดมา ครั้นมีพรรษาพอสมควร หลวงปู่ยิ้ม ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ มอบกิจการต่างๆ ให้ช่วยดูแล และเป็นพระกรรมวาจาจารย์สวดนาค
ระหว่างปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์และศึกษาวิทยาคมจากหลวงปู่ยิ้มจนหมดสิ้น
นอบน้อมถ่อมตน ไม่ชอบโอ้อวดว่าท่านมีดี ให้เกียรติและยกย่องพระอุปัชฌาย์และศิษย์รุ่นพี่ร่วมสำนักอยู่เสมอ
พ.ศ.2454 หลวงปู่ยิ้มถึงแก่มรณภาพ พระครูวิสุทธิรังษี (เปลี่ยน อินทสโร) วัดชัยชุมพลชนะสงคราม เจ้าคณะจังหวัด พร้อมด้วยพระครูสิงคิบุรณคณาจารย์ (สุด) วัดเทวสังฆาราม รองเจ้าคณะจังหวัด ตั้งให้หลวงปู่เหรียญ เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองบัวสืบมา เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2454 มีตำแหน่งเป็นพระอธิการ
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2458 เป็นเจ้าคณะแขวงเมือง พ.ศ.2473 เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2461 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูนิวิฐสมาจาร

พ.ศ.2490 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2496 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระโสภณสมาจาร
มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2503 สิริอายุ 84 ปี พรรษา 63
สร้างวัตถุมงคลไว้มากมาย อาทิ ตะกรุด ลูกอม ลูกอมแผง แหวนพิรอด พระปิดตา ซึ่งสร้างตามแบบของหลวงปู่ยิ้ม แต่มีขนาดย่อมกว่า สันนิษฐานว่าได้สร้างมาเรื่อยๆ ตามแต่จะมีผู้เลื่อมใสศรัทธาขอและแจกเรื่อยมา
จนกระทั่งปี พ.ศ.2494 บรรดาลูกศิษย์เห็นว่าวัตถุมงคลที่ได้รับแจกมามีประสบการณ์ ประกอบกับเห็นว่าชราภาพมากแล้ว จึงกราบขอให้จัดสร้างพระเครื่องขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อไว้เป็นที่ระลึกและแจกให้ผู้ที่มาร่วมบุญ อาทิ พระพิมพ์ประทานพร พระสมเด็จฐานสามชั้น พระสมเด็จฐานสามชั้นซุ้มโค้ง ตะกรุดลูกอม ลูกอมผง ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ที่นับว่าโดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีไม่แพ้วัตถุมงคลอื่น คือ “เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่ยิ้ม-หลวงปู่เหรียญ วัดหนองบัว”
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2497 ซึ่งเป็นที่หลวงปู่เหรียญสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวในชีวิตของท่าน ท่านตั้งใจปลุกเสกนานถึง 2-3 พรรษา จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
เหรียญรุ่นแรกนี้ นำออกแจกในงานฉลองอายุครบ 78 ปี และเป็นงานฉลองอุโบสถหลังใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2497 สร้างเป็นเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง
ลักษณะเป็นรูปเสมา มีหูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ยิ้มครึ่งองค์หันหน้าตรง ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า “พระอุปัชฌาย์ยิ้ม จนฺทโชติ วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี”
ด้านหลังเป็นรูปจำลองหลวงปู่เหรียญครึ่งองค์ ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า “พระโศภนสมาจาร หลวงพ่อเหรียญ”
จัดเป็นเหรียญยอดนิยมที่ชาวเมืองกาญจน์หวงแหนมาก