ผ้าป่ามหากุศลวัดสุทัศน์ บูรณะศาลา-ระเบียงวิหารคด
ผ้าป่ามหากุศลวัดสุทัศน์ บูรณะศาลา-ระเบียงวิหารคด – คณะสงฆ์วัดสุทัศนเทพวราราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดย พระธรรมรัตนดิลก เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม มีมติเห็นชอบจัดตั้งโครงการผ้าป่ามหากุศล เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญและพระระเบียงวิหารคด ที่มีสภาพทรุดโทรมลงตามกาลเวลา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 พ.ย.2561 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสเทโว) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 12 และ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม คณะสงฆ์วัดสุทัศนเทพวราราม ประกอบพิธีเททองหล่อ พระกริ่ง- พระชัยวัฒน์ รุ่นธรรมขันธ์ เพื่อมอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่สมทบทุนตั้งกองผ้าป่ามหากุศลครั้งนี้ ณ มณฑลพิธีพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม
‘วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร’ หรือ ‘วัดสุทัศนเทพวราราม’ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ ณ แขวงราชบพิธ เขตพระนคร

มีชื่อเรียกกันเป็นสามัญหลายชื่อตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น ‘วัดพระใหญ่’ ‘วัดพระโต’ ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะพระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ พระศรีศากยมุนี หรือ ‘วัดเสาชิงช้า’ ซึ่งเรียกตามสถานที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับเสาชิงช้า
เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นในปีพ.ศ.2350
เมื่อการก่อสร้างพระวิหารหลวงและสร้างฐานชุกชีเสร็จแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระศรีศากยมุนี จากวิหารหลวงวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย ประดิษฐานบนฐานชุกชีพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม และพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส”
กล่าวกันว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงตั้งพระทัยให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย
แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต, วัดพระใหญ่ หรือ วัดเสาชิงช้า บ้าง
การก่อสร้างวัดมาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปีพ.ศ.2390
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม”
วัตถุประสงค์การจัดผ้าป่ามหากุศลและการจัดสร้างพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ รุ่นธรรมขันธ์ สืบเนื่องจากศาลาการเปรียญและพระระเบียงพระวิหารคด วัดสุทัศนเทพวราราม สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 มีความสำคัญทางประวัติ ศาสตร์และทรงคุณค่าในทางสถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปีพ.ศ.2492



ในปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก คณะสงฆ์วัดสุทัศนเทพวราราม นำโดยพระธรรมรัตนดิลก มีความประสงค์จะบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานทั้งสองแห่งดังกล่าวให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรงและงดงามดังเดิม จึงมีมติร่วมกันให้จัดผ้าป่ามหากุศลประมาณเดือนธันวาคม 2562 เพื่อเชิญผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันสมทบทุนตั้งกองผ้าป่าเพื่อบูรณะในครั้งนี้
ในการนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระเมตตาเสด็จทรงเป็นประธานในการพิธีเททอง และสมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี (เทพวงศ์) แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมทั้งพระเถราจารย์ผู้ทรงคุณ ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต ในวาระพิธีอาบน้ำเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 และจะประกอบพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่ วันอังคารที่ 9 เม.ย.2562 ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม
พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ เนื้อทองคำ จำนวน 80 ชุด โดยพระกริ่งเนื้อทองคำ หนัก 53.2 กรัม และพระชัยวัฒน์ เนื้อทองคำหนัก 5 กรัม มอบให้แก่ประธานกิตติมศักดิ์ สมทบทุนกองละ 190,000 บาท



พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ เนื้อนวโลหะ 84,000 ชุด ชุดนวโลหะนำฤกษ์ จำนวน 4,000 ชุด มอบให้แก่ประธานอุปถัมภ์ สมทบทุนกองละ 15,000 บาท ชุดนวโลหะ 80,000 ชุด มอบให้แก่รองประธานอุปถัมภ์ สมทบทุนกองละ 2,000 บาท พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ รุ่นธรรมขันธ์ มีใบรับรองลำดับที่ พร้อมตอกโค้ดทุกรายการ ตอกโค้ด “อพต” (สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสเทโว) ตอกโค้ด รุ่นธรรมขันธ์ “ธข” เฉพาะเนื้อทองคำและชุดนำฤกษ์ตอกโค้ดพิเศษ
ผู้มีจิตศรัทธาแจ้งความประสงค์ตั้งกองผ้าป่าได้ที่สำนักงานเลขานุการวัด (หอฉันนานุสรณ์) โทร. 0-2622-2819, 08-7671-0740, 06-3654-6829