หลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิดังนครปฐม : มงคลข่าวสด
หลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิดังนครปฐม – เมืองนครปฐมมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป หนึ่งในจำนวนนั้นคือ “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” พระเกจิชื่อดังแห่งวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้รับการขนานนามว่า เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน พระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตา มากด้วยบารมี เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา
ปัจจุบันหลวงปู่แผ้วสิริอายุ 97 ปี พรรษา 77
มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 7 พ.ย. 2466 ที่หมู่บ้านหลักเมตร ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม บิดา-มารดาชื่อ นายพานและนางจุ้ย บุญวัฒน์ ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา
อายุ 2 ขวบ ครอบครัวย้ายไปอยู่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จากนั้นจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดหนองม่วง ต.เตาอิฐ อ.บางแพ จ.ราชบุรี
อายุ 8 ขวบ พ่อพาไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อหงส์ วัดหนองม่วง ต.เตาอิฐ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เพื่อเรียนหนังสือ และศึกษาพระธรรมวินัย
ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดหนองปลาไหล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2486 โดยมีพระครูสุกิจธรรมสรณ์ (หลวงพ่อหว่าง ธัมมสโร) วัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อปาน อารักโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยอย่างจริงจัง หมั่นพิจารณาคำสอนของครูบาอาจารย์อย่างถ่องแท้ ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะอุทิศกายถวายชีวิตอยู่ในบวรพระพุทธศาสนาตลอดไป
ช่วงแรกบวช จำพรรษาอยู่ที่วัดหนองปลาไหล เป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นจาริกไปจำพรรษาที่วัดหนองม่วง 8 พรรษา รับหน้าที่สอนนักธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรภายในวัด
ต่อมาในปี พ.ศ.2494 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม จำพรรษาอยู่ที่วัดปลักลายไม้ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในปี พ.ศ.2497 ย้ายไปสอนพระปริยัติธรรม และจำพรรษาที่วัดสว่างชาติประชาบำรุง ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองวัดเมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง พระภิกษุสามเณรและชาวบ้านต่างต้องการให้ดำรงตำแหน่งแทน แต่ไม่ประสงค์ที่จะรับตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์
พ.ศ.2502 สนใจศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างจริงจัง จึงย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดกำแพงแสน ต.ห้วยหมอนทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมกับหลวงพ่อหว่างอย่างมุ่งมั่นจริงจัง จนแตกฉาน
เมื่อปี 2524 หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ พระกัมมัฏฐานสายพระอาจารย์มั่น เดินทางมาพักอยู่จำพรรษา ที่วัดกำแพงแสน ทำให้มีโอกาสสนทนาธรรมด้วย และได้รับถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติกัมมัฏฐานให้
สร้างคุณูปการสืบสานจรรโลงพระพุทธศาสนาอย่างรอบด้าน อาทิ ปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ทั้งในเขตอำเภอกำแพงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง จะอุดหนุนด้วยการสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก เพื่อสมทบทุนปัจจัยนำไปใช้เพื่อการสาธารณประโยชน์
แม้วัยล่วงเลยถึงเกือบร้อยปี แต่ยังคงรับกิจนิมนต์นั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลอยู่
ส่วนวิทยาคมอันเข้มขลังใช้นั่งบริกรรมระหว่างนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคล ล้วนแต่เป็นวิทยาคมของหลวงพ่อหว่าง อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากหลวงพ่อทาวัดพะเนียงแตก อีกทอดหนึ่ง
ในช่วงที่หลวงพ่อหว่างดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน มีความเชี่ยวชาญเรื่องยาสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณ วัตถุมงคลก็เข้มขลังเป็นที่นิยม
ทั้งนี้ หลวงปู่แผ้วได้ศึกษาอยู่กับหลวงพ่อหว่างจนกระทั่งท่านได้มรณภาพ เมื่อได้รับกิจนิมนต์นั่งปรกจึงนำวิชาของหลวงพ่อหว่างใช้ร่วมกับวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานที่ได้เรียนวัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์มาใช้บริกรรม
ย้ายมาจำพรรษาที่วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม สร้างโบสถ์ วิหาร ถาวรวัตถุ และพัฒนาวัดรางหมัน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2551 จนถึงปัจจุบัน
แต่ยังคงดำเนินชีวิตดุจเดิมด้วยความมักน้อยสันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในลาภสักการะ เคร่งครัดในศีลาจารวัตร
เป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป