เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2565 ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระเทพสิทธิมุนี เป็น พระธรรมวชิรเวที ศรีพิพัฒนโกศล โสภณภาวนานุสิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นธรรม สถิต ณ วัดดุสิดารามวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพฯ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 6 รูป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.2565 ประกาศ ณ วันที่ 14 พ.ย.2565

ปัจจุบัน พระธรรมวชิรเวที (เก้าเอก อุตตมชาโต) สิริอายุ 72 ปี พรรษา 49 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดุสิดาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ และเจ้าคณะภาค 18 ปกครองดูแลคณะสงฆ์ 6 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล

มีนามเดิมว่า บุญสิน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เก้าเอก ขุนอุดม เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 เม.ย.2494 ที่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 3 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าชนะ จ.ชุมพร บิดา-มารดา ชื่อ นายสายและนางนิจ ขุนอุดม

ช่วงวัยเยาว์ สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านสลุย ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าชนะ จ.ชุมพร

อายุ 14 ปี เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2508 ที่วัดหงษ์เจริญ อ.ท่าชนะ จ.ชุมพร มีพระครูสุพรตประสาธน์ (ผิน ปัณฑิโต) วัดเขาแก้ว ต.นากระตาม อ.ท่าชนะ จ.ชุมพร เป็นพระอุปัชฌาย์

จากนั้นมุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง ตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง อยู่จำพรรษาที่วัดดุสิดาราม เขตบางกอกน้อย

พ.ศ.2513 สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ที่สำนักเรียนวัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน

ต่อมาเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2517 ที่วัดดุสิดาราม มีพระธรรมญาณมุนี (ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระวิสุทธิโสภณ) วัดดุสิดาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหายอด ปุญญวันโต วัดพระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหานุกูล ญาณคุโณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ด้วยความขยันและตั้งใจศึกษาเล่าเรียน พ.ศ.2523 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ที่สำนักเรียนวัดชนะสงคราม เขตพระนคร

พ.ศ.2529 สำเร็จปริญญาดุษฎีบัณฑิต (สาขาบาลีพระพุทธศาสนา) จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย

ได้รับความไว้วางใจจากพระธรรมญาณมุนี (วรรณ มนุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดดุสิดารามขณะนั้น มอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาส ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ อีกมากมาย

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2530 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดุสิดาราม พ.ศ.2536 เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2541 เป็นรองเจ้าคณะภาค 17 พ.ศ.2542 เป็นพระอุปัชฌาย์ วิสามัญ พ.ศ.2549 เป็นรองเจ้าคณะภาค 16 พ.ศ.2552 เป็นเจ้าอาวาสวัดดุสิดาราม

พ.ศ.2557 เป็นเจ้าคณะภาค 18

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสิทธิเมธี พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวรมุนี พ.ศ.2553 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสิทธิมุนี

ล่าสุด วันที่ 15 พ.ย.2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวชิรเวที

ผลงานและเกียรติคุณที่ปรากฏ เป็นกรรมการตรวจชำระพระไตรปิฎก ฉบับเฉลิมพระเกียรติ ในมหามงคลสมัยทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

อีกทั้งยังเป็นกรรมการตรวจชำระหนังสืออรรถกถา ภาษาบาลี ฉบับสยามรัฐ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

งานด้านการศึกษา เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส จ.นครปฐม และเป็นวิทยากรประจำโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของพระนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

แม้ทุกวันนี้ จะสูงด้วยตำแหน่งหน้าที่งานปกครอง และสมณศักดิ์ แต่วัตรปฏิบัติยังคงเดิมทุกประการ

เน้นความสมถะเรียบง่าย ดุจเดิมไม่เปลี่ยน เป็นพระผู้ใหญ่ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน