วันเสาร์ที่ 6 ม.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 147 ปี ชาตกาล “พระโสภณสมาจาร” หรือ “หลวงปู่เหรียญ สุวัณณโชติ” ศิษย์เอกใกล้ชิดและได้รับการสืบทอดวิทยาคมจาก “หลวงปู่ยิ้ม”เจ้าอาวาสรูปสำคัญของวัดหนองบัว
เป็นที่รู้จักกันดีว่าหลวงพ่อยิ้ม เป็นอาจารย์ยุคโบราณที่มีพุทธาคมสูงยิ่ง
เคยสั่งสอนศิษย์ให้เป็นพระเกจิ อาจารย์ชื่อดังในด้านไสยเวทในยุคต่อมาอีกหลายรูป นอกจาก หลวงปู่เหรียญ วัดหนองบัวแล้ว ยังมีหลวงปู่ดี วัดเหนือ, หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ, หลวงพ่อสอน วัดลาดหญ้า, หลวงพ่อแช่ม วัดจุฬามณี, หลวงพ่อหัง วัดเหนือ, หลวงพ่อดอกไม้ วัดดอนเจดีย์, หลวงพ่อเหมือน วัดกลางเหนือ เป็นต้น
ชาติกำเนิดของ “หลวงปู่เหรียญ” ท่านมีนามเดิมว่า นายเหรียญ รัสสุวรรณ เป็นบุตรของชาวไทยเชื้อสายจีน เกิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2419 ตรงกับวันเสาร์ แรม 7 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด มีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 7 คน
ถึงแม้ว่าจะเกิดมาในตระกูลชาวนา-ชาวไร่ มีอาชีพที่เรียกว่าหาเช้ากินค่ำ ไม่มั่งคั่งสมบูรณ์ ต้องช่วยบิดา มารดา หาเลี้ยงชีพตามวิสัยชาวชนบทในสมัยที่บ้านเรือนยังไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนในสมัยนี้ แต่กระนั้นก็ยังสามารถเสาะแสวงหาความรู้ด้วยความเอาใจใส่กับวิชาที่เล่าเรียน จนสามารถอ่านออก เขียนได้ มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญยิ่งทั้งภาษาไทย และภาษาขอม เป็นที่พึ่งแก่คนทั่วไป

นับได้ว่าควรแก่การสรรเสริญ จากนั้นจึงได้กลับมาช่วยเหลือบิดา มารดา ทำไร่ไถนา เป็นการแบ่งเบาภาระตามความจำเป็นในยุคนั้น
เมื่ออายุครบบวช อุปสมบทที่วัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) โดยมีหลวงพ่อยิ้ม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา “สุวัณณโชติ”
เป็นพระเกจิอีกหนึ่งรูปของจังหวัดกาญจนบุรีที่โด่งดัง ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกใกล้ชิดและได้รับการสืบทอดจากหลวงปู่ยิ้ม
ต่อมาเมื่อครั้น หลวงปู่ยิ้มมรณภาพ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา
สร้างวัตถุมงคลไว้มากมาย อาทิ ตะกรุด ลูกอม ลูกอมแผง แหวนพิรอด พระปิดตา ซึ่งวัตถุมงคลเหล่านี้ท่านได้สร้างตามแบบของหลวงปู่ยิ้ม แต่มีขนาดย่อมกว่าสันนิษฐานว่าท่านได้สร้างมาเรื่อยๆ ตามแต่จะมีผู้เลื่อมใสศรัทธาขอ หลวงปู่เหรียญได้แจกเป็นกุศลเรื่อยมา
จนกระทั่งปี พ.ศ.2494 บรรดาลูกศิษย์เห็นว่าของวิเศษที่ได้รับแจกมา มีประสบการณ์ดีเยี่ยม ประกอบกับเห็นว่าตัวท่านชราภาพมากแล้ว จึงได้กราบขอให้ท่านจัดสร้างพระเครื่องขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อไว้เป็นที่ระลึกและแจกให้ผู้ที่มาร่วมบุญที่วัดหนองบัว
พระเครื่องที่จัดสร้างขึ้นในคราวนั้น ท่านได้ใช้เวลาในการรวบรวมมวลสารตามตำราของพระอาจารย์ รวมทั้งใช้เวลาปลุกเสกด้วยกันอยู่เป็นเวลานานประมาณ 3 ปี จึงได้นำออกมาแจกในงานฉลองอายุครบ 78 ปี และงานฉลองอุโบสถหลังใหม่ที่ท่านดำเนินการสร้างเมื่อปี 2497 มีรูปแบบพระเครื่องและเครื่องรางด้วยกันมากมายหลายพิมพ์
สันนิษฐานว่าพระเครื่องทั้งหมดที่สร้างในคราวนั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 84,000 องค์ บางพิมพ์ก็สร้างไว้น้อยมาก แบบพิมพ์ที่ได้รับความนิยมพอจะรวบรวมได้ อาทิ พระพิมพ์ประทานพร พระสมเด็จฐานสามชั้น พระสมเด็จฐานสามชั้นซุ้มโค้ง พระพิมพ์ขุนแผน พระพิมพ์สมาธิห้าเหลี่ยม พระพิมพ์สมาธิกลีบบัว พระกริ่ง พระท่ากระดาน เนื้อตะกั่ว ขันน้ำมนต์กลึง สร้างจากไม้ส้มป่อย เชือกคาดเอว ตะกรุดลูกอม ลูกอมผง ฯลฯ
ในจำนวนพระพิมพ์ต่างๆ นั้นที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับกันเป็นอย่างดีในวงการพระเครื่อง เห็นจะเป็นพระเนื้อผงพิมพ์ประทานพร ด้วยเป็นพระที่มีศิลปะงดงาม มีเอกลักษณ์ สามารถจดจำได้ง่าย
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2458 เป็นเจ้าคณะแขวงเมือง พ.ศ.2473 เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2461 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูนิวิฐสมาจาร พ.ศ.2490 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2496 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระโสภณสมาจาร
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อปี พ.ศ.2503 สิริอายุ 84 ปี พรรษา 63