วันที่ 17 พ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดสถาปนา พระธรรมวัชรบัณฑิต ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวัชรธีราจารย์ มหาจุฬาลงกรณบริหารวรกิจ วิสิฐพุทธธรรมภาณี ศาสตรเมธีญาณดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดปากน้ำ พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2567 ประกาศ ณ วันที่ 17 พ.ค. 2567 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สัมมาปัญโญ) สร้างคุณูปการและทุ่มเทให้งานพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะด้านวิชาการ การศึกษา และมหาวิทยาลัยสงฆ์

ปัจจุบัน สิริอายุ 63 ปี พรรษา 42 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระอารามหลวง, รองแม่กองบาลีสนามหลวง, รองเจ้าคณะภาค 5 และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มีนามเดิมว่า สมจินต์ วันจันทร์ เกิดเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2503 ณ บ้านกวางงอย ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

อายุ 12 ปี จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นได้บรรพชาที่วัดบ้านเกิด พ.ศ.2517 ย้ายมาอยู่วัดเสาไห้ ต.เสาไห้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นโทและเอก ตามลำดับ

ต่อมาปี 2519 ย้ายไปอยู่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม จ.กาญจนบุรี เพื่อเรียนศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี สามารถสอบได้เปรียญธรรม 1-2 ประโยค

พ.ศ.2521 ย้ายมาอยู่ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ

พ.ศ.2525 หลังสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดปากน้ำ มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายานามว่า สัมมาปัญโญ

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีอย่างจริงจัง พ.ศ.2528 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค

หลังจากนั้น พ.ศ.2531 เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช สำเร็จศึกษาศาสตรบัณฑิต (มัธยมศึกษา) พ.ศ.2534 สำเร็จพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จากนั้น เดินทางไปศึกษาปริญญาเอก สาขาปรัชญา ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ.2537

หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาเอก เข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกองวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ จากนั้นชีวิตการทำงานก็เจริญก้าวหน้าตามลำดับ พ.ศ.2540 เป็น ผอ.การกองวิชาการ พ.ศ.2541 เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย พ.ศ.2549 เป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ

พ.ศ.2556 ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะพุทธศาสตร์ พ.ศ.2559 เป็นเลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง

สร้างคุณูปการและทุ่มเทให้กับงานศาสนาทุกอย่าง โดยเฉพาะด้านวิชาการ การศึกษา และมหาวิทยาลัย ด้านวิชาการ แปลและแต่งหนังสือทางวิชาการ อาทิ พัฒนาการแห่งพุทธจริยศาสตร์, พัฒนาการแห่งความคิดแบบอินเดียโบราณ พระพุทธศาสนามหายาน เป็นต้น

เขียนบทความทางวิชาการมากมาย อาทิ บทวิเคราะห์วัชรยาน ตอนที่ 1-5 (บทความทางวิชาการ), นาคารชุนกับปัญหาว่าด้วยกาล ภาวะและอภาวะ, แนะนำพระวินัยปิฎก, ปรัชญามาธยมิกะ, สืบค้นตรรกวิทยาใน พระไตรปิฎกและวรรณกรรมพระพุทธศาสนา, วิพากษ์ทางสายกลางของอริสโตเติลกับมัชฌิมาปฏิปทาในพระพุทธศาสนาเถรวาท, พระวินัย : กฎเกณฑ์และคุณค่าทางสังคม กำเนิดและพัฒนาการแห่งพระพุทธรูป, สถานการณ์ พระพุทธศาสนาในโลกปัจจุบัน เป็นต้น

มีผลงานวิจัยในเรื่องการศึกษาวิเคราะห์หลักจริยศาสตร์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา, พจนานุกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, บูรณาการพุทธธรรมเพื่อเพิ่มพลังบริหาร ฯลฯ

พ.ศ.2546 ได้รับพระราชทานรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา (เสาเสมาธรรมจักร) ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา สาขาการแต่งหนังสือทางพระพุทธศาสนา

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2551 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีคัมภีรญาณ พ.ศ.2559 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชปริยัติกวี

พ.ศ.2564 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวัชรบัณฑิต

พ.ศ.2564 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวัชรบัณฑิต

ล่าสุด วันที่ 17 พ.ค.2567 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ พระพรหมวัชรธีราจารย์

ยังคงมุ่งมั่นทำนุบำรุงการศึกษาคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน