ขุนแผน เป็นที่รู้จักในวรรณคดีไทยลือชื่อเรื่อง “ขุนช้าง-ขุนแผน” ซึ่งเป็นการชิงรักหักสวาทระหว่าง ขุนช้าง-ขุนแผน และนางพิมพิลาไลย
โดยเฉพาะขุนแผน พระเอกรูปงาม ผู้เก่งกล้าสามารถ มีวิชาอาคมสูงส่ง ยังเป็นนามเรียกพระเครื่อง ซึ่งมีมากมายหลายพิมพ์อีกด้วย อันอาจสืบเนื่องมาจากพุทธคุณขององค์พระที่ปรากฏ มุ่งเน้นความเป็นเลิศในด้านเมตตามหานิยมและความอยู่ยงคงกระพัน ดังเช่นขุนแผนในวรรณคดี
พระขุนแผน พุทธลักษณะองค์พระเป็นแบบประทับนั่ง แสดงปางสมาธิ จะเรียกว่า พระขุนแผนทรงพล หรือถ้าแสดงปางมารวิชัย ก็จะเรียกว่า พระขุนแผนเรือนแก้ว เป็นต้น
สำหรับพระขุนแผนสะกดทัพที่จะกล่าวถึง องค์พระประธานจะประทับยืน แสดงปางถวายเนตรคือ พระอิริยาบถห้อยพระหัตถ์ลงทั้ง 2 ข้าง ประสานที่พระเพลา โดยพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย อยู่ภายใต้ซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งแตกต่างจากพระขุนแผนทุกพิมพ์ และไม่ค่อยได้พบเห็นนักครับผม
ตามพุทธประวัติ ปางถวายเนตร เป็นปางที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับยืน ลืมพระเนตรบูชาต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระองค์ทรงอาศัยจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ พระองค์ทอดพระเนตรต้นโพธิ์ตลอด 7 วัน 7 คืน

พระขุนแผนสะกดทัพ
แต่ถ้าเป็นความหมายตามวรรณคดี “ขุนแผนสะกดทัพ” จะเป็นตอนที่ขุนแผนออกรบแล้ว สะกดพลศัตรูให้หลับใหลไม่สมประดี อันเป็นที่ไปที่มาของพุทธคุณอันเป็นเลิศ
“พระขุนแผนสะกดทัพ” ขุดค้นพบภายในบริเวณเมืองกาญจนบุรีเก่า ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองร้าง สันนิษฐานว่า ในอดีตขึ้นอยู่กับเมืองสุพรรณบุรี ต้นกำเนิดวรรณคดีขุนช้างขุนแผน ตั้งอยู่ตำบลลาดหญ้า ใกล้เขาชนไก่ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของขุนแผน
นอกจากนี้ จะพบที่ตลาดทองประศรี วัดนางพิม วัดขุนแผน และวัดป่าเลไลยก์ แต่มีจำนวนไม่มากนัก
พระขุนแผนสะกดทัพ ที่พบเห็นจะเป็นพระพิมพ์แบบครึ่งซีก เนื้อชินเงิน มีเนื้อตะกั่วสนิมแดง ขนาดองค์พระไม่มีมาตรฐานเป็นที่แน่นอน จะมีเล็กบ้างใหญ่บ้าง ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้สร้างในอดีต พิจารณาอายุการสร้างของพระขุนแผนสะกดทัพ โดยสังเกตจากสนิมไขและร่องรอยการผุกร่อน น่าจะนับเป็นพระที่มีอายุเก่าแก่มากพิมพ์หนึ่งทีเดียว และไม่มีหลักฐานปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง
แต่ความจริงแท้แน่นอนที่จะกล่าวได้เต็มปาก ก็เป็นไปตามชื่อ ขุนแผน เป็นเลิศด้านเมตตามหานิยม ถ้ามีครอบครองไว้ อย่าให้หลุดลอยไป