เมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 25 ธ.ค.2567 เวลา 21.15 น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (พิจิตร ฐิตวัณโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต) ละสังขารอย่างสงบ หลังอาพาธและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์
สิริอายุ 88 ปี พรรษา 68
มีนามเดิมว่า พิจิตร ถาวรสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2479 ที่อ.สทิงพระ จ.สงขลา บิดา-มารดา ชื่อนายแก้ว และนางโผ้เลี่ยน ถาวรสุวรรณ
เข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนลือสิทธิ์วิทยา วัดธรรมประดิษฐ์ จนจบการศึกษา และช่วยบิดามารดาทำงานอยู่ที่บ้าน
เมื่ออายุได้ 17 ปี พระอุดมศีลคุณ (เริ่ม) วัดบุรณศิริมาตุยาราม ผู้เป็นหลวงอา เมื่อครั้งเป็นพระครูปลัดเถรธรรมวัฒน์ ได้นำไปฝากให้บวชที่วัดโสมนัสวิหาร โดยถวายตัวเป็นศิษย์ของพระวินัยวงศ์เวที
บรรพชา เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2496 ที่วัดโสมนัสวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ มีสมเด็จพระวันรัต (จับ) เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้นมุ่งศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค สำนักเรียนวัดโสมนัสวิหาร
ครั้นอายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2499 ที่วัดโสมนัสวิหาร มีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระราชกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์
มุ่งมั่นเร่งศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีอย่างจริงจัง พ.ศ.2501 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค พ.ศ.2509 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยคและจบปริญญาตรีศาสนศาสตรบัณฑิต (ศน.บ.) เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
พ.ศ.2511 ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง จากสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (พ.ธ.ต.)
ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้า ในการแสวงหาความรู้ พ.ศ.2512 ได้สอบชิงทุนการศึกษาของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อไปศึกษาปริญญาโท ในประเทศอินเดีย และได้ทุนศึกษาขั้นปริญญาโท สาขาวรรณคดีสันสกฤต แล้วได้เดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยพาราณสี (B.H.U) เมืองพาราณสีรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 2 ปี และศึกษาภาษาฮินดี จนสามารถพูดได้
พ.ศ.2514 สอบได้ปริญญาโท (M.A.) ด้านวรรณคดีสันสกฤต และสอบได้อนุปริญญาทางภาษาฮินดี (Dip. in Hindi) จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย
พ.ศ.2517 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค
ปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนามากมาย อาทิ ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาออกมาแล้ว 63 เรื่อง และมอบให้มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยพิมพ์ออกเผยแพร่
อีกทั้ง ยังเป็นอาจารย์สอนกัมมัฏฐานประจำวัดโสมนัสวิหาร และเป็นอาจารย์บรรยายวิชาการทางพระพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัยมหากุฏราชวิทยาลัย ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
ลำดับงานด้านปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2529 ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต) พ.ศ. 2529-2541 เป็นรองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการและกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
พ.ศ.2539 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร จนถึงปัจจุบัน พ.ศ.2540 เป็นเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธ) พ.ศ.2559 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธ)
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2519 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีวิสุทธิกวี พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิกวี
พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวิสุทธิกวี พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวิสุทธิกวี
พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่ พระสาสนโสภณ
พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ในราชทินนามที่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์
มีผลงานนิพนธ์หนังสือพระพุทธศาสนาจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา จนได้รับการยกย่องจากมหาเถรสมาคม และได้เปิดโครงการอบรมกัมมัฏฐานในที่ต่างๆ เทคนิควิธีการสอนปฏิบัติกัมมัฏฐาน อันเกิดจากการศึกษาอย่างแตกฉานด้านปริยัติ การปฏิบัติด้วยตนเอง และการประยุกต์ใช้ให้ทันกับสภาพสังคม เน้นความเข้าใจง่าย เกิดประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติสามารถนำใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เน้นการนำธรรมะแก้ปัญหาพื้นฐานของชีวิตด้วยศีล สมาธิ และปัญญา
มีความโดดเด่นทั้งด้านการบริหารและด้านวิชาการ สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร เปี่ยมเมตตาคุณ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา
สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง มรณภาพอย่างสงบในบั้นปลายปัจฉิมวัย