วัดคฤหบดีสงฆ์ (วัดท่าพุทรา) ม.3 ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จัดพิธีเปลี่ยนผ้าไตรจีวรสรีรสังขาร “พระวิบูลวชิรธรรม” หรือ “หลวงพ่อสว่าง อุตตโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าพุทรา พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองกำแพงเพชร ได้มรณภาพเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2520 จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปกว่า 48 ปี
สังขารยังคงเดิมไม่เน่าเปื่อยสลายไปตามกาลเวลา ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาที่เลื่อมใสศรัทธา จัดพิธีเปลี่ยนผ้าไตรจีวรสังขารอดีตเจ้าอาวาสวัดเป็นประจำทุกปี

หลวงพ่อสว่าง อุตตโร
เมื่อครั้งยังมีชีวิต บรรดาศิษย์ทั้งหลายเรียกขานว่า “หลวงพ่อปลอดภัย” ด้วยผู้ที่คล้องบูชาวัตถุมงคลเหรียญปลอดภัยของ “หลวงพ่อสว่าง ล้วนมีประสบการณ์แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตราย อุบัติเหตุผ่อนหนักเป็นเบาทั้งสิ้น
ตลอดระยะเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ปฏิบัติตนเป็นพระนักพัฒนาวัด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สอนหลักธรรมแก่พุทธศาสนิกชน มีลูกศิษย์มากมาย
“พระบรรเจิด ปัญญาปัชโชโต” รองเจ้าอาวาสวัดคฤหบดีสงฆ์เล่าว่า “การเปลี่ยนผ้าไตรจีวรสังขารหลวงพ่อสว่าง ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานเป็นปีที่ 48 แล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ท่านเป็นพระนักบริหาร สร้างวัด สร้างบารมีไว้มาก มีลูกศิษย์เคารพนับถือจำนวนมาก หลวงพ่อยังได้สร้างวัตถุมงคล “เหรียญปลอดภัย” มีผู้เช่าบูชาติดตัว เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ มักจะคลาดแคล้วปลอดภัยทุกราย โดยผู้ที่มากราบไหว้ขอพรสำเร็จ จะนำมหรสพลิเก ดนตรี มาถวายแก้บนเป็นเจ้าภาพในงานประจำปีทั้งหมด”

มีนามเดิมว่า สว่าง เจริญศรี เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย.2426 ที่บ้านน้ำหัก ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์
เมื่อเกิดได้เพียง 5 วัน มารดาก็เสียชีวิต ย่างเข้าสู่วัยเยาว์ มีอายุพอสมควรที่จะเล่าเรียนศึกษาได้ ก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอักขรสมัย และหนังสืออักขระขอมเบื้องต้น จากขุนเจริญสวัสดิ์ ผู้เป็นบิดา
อายุ 13 ปี บิดาเสียชีวิต

ต่อมาญาติสนิทได้นำไปฝากกับหลวงพ่อเผือก (พระครูบรรพโตปมญาณ) วัดหัวดงเหนือ ต.หัวดง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์
ในสมัยนั้นวัดหัวดงเหนือเป็นสำนักเรียนอักขรสมัยมูลกัจจายน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ศึกษาเล่าเรียนมูลกัจจายน์ และหนังสืออักขระขอมอยู่ที่วัดหัวดงเหนือเป็นเวลานาน 7 ปี มี พระอาจารย์สด (ต่อมาได้เลื่อนฐานะเป็นพระครูสวรรค์วิถี) เป็นครูสอน

ครั้นอายุ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันพุธที่ 3 ธ.ค.2445 ที่พัทธสีมาวัดขุนญาณ ต.คลองเมือง อ.กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระญาณไตรโลก (สะอาด) วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธรศรี วัดศาลาปูน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดแพ วัดศาลาปูน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและบาลีอยู่ที่สำนักเรียนวัดศาลาปูนเป็นเวลา 2 ปี และกลับมาอยู่กับหลวงพ่อเผือก ที่วัดหัวดงเหนือตามเดิม ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจากพระครูสวรรค์วิถี (พระอาจารย์สด) ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่างิ้ว จ.นครสวรรค์ เป็นเวลา 2 พรรษา
ต่อมาพระอาจารย์ปั้น เจ้าอาวาสวัดท่างิ้วมรณภาพ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน
ในปี พ.ศ.2468 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร พ.ศ.2468 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามที่ พระครูวิบูลวชิรธรรม
ในปี พ.ศ.2500 คณะสงฆ์อำเภอคลองขลุงและชาวตำบลท่าพุทรา ได้อาราธนาให้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดคฤหบดีสงฆ์ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร สร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้จวบจนวาระสุดท้าย
พ.ศ.2501 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิบูลวชิรธรรม

จัดสร้างเหรียญปลอดภัย และเหรียญที่ระลึกรูปเหมือนขนาดต่างๆ เป็นต้น
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมคือ พระผงว่าน 108 ชนิด ผสมผงมหาราช เป็นรูปพระพุทธแบบสามเหลี่ยม และเม็ดน้อยหน่า หลวงพ่อสว่าง จัดสร้างในปี พ.ศ.2480-2483 เมื่อครั้งอยู่จำพรรษาที่วัดท่างิ้ว
เคยมอบให้ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี นำไปแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน สร้างครั้งเดียวแล้วไม่ได้สร้างอีก นับว่าเป็นพระผงที่ควรหาไว้ใช้เป็นอย่างยิ่ง

ช่วงปัจฉิมวัยอาพาธบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยปริปากให้ใครทราบ
สุดท้ายมรณภาพอย่างสงบ วันอังคารที่ 1 ก.พ.2520 เวลา 14.30 น. สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
ธนรัตน์ นครกัณฑ์