“พยัคฆภูมิพิสัย” เป็นชุมชนเก่าแก่มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2422 หากนับถึงปัจจุบันมีอายุกว่าร้อยปี มี พระศรีสุวรรณวงศา (เดช) เป็นเจ้าเมืองคนแรก เดิมเมืองพยัคฆภูมิพิสัยทำราชการขึ้นกับเมืองสุวรรณภูมิ จนถึงปี พ.ศ.2454 เปลี่ยนสถานภาพเป็นอำเภอ โอนมาขึ้นกับจ.มหาสารคาม ตราบจนปัจจุบัน
เป็นพื้นที่ที่มีศาสนสถานวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองหลายวัด รวมทั้งมีอดีตพระเกจิชื่อดังที่พุทธศาสนิกชนให้ความเลื่อมใสศรัทธา นับแต่อดีตจวนจนปัจจุบันหลายรูป อาทิ พระครูสีหราช หรือ หลวงปู่จู วัดบ้านแก่นท้าว (วัดสวนตาลวราราม) ต.เม็กดำ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นต้น

ประวัติมีบันทึกไว้น้อยมาก ตามคำบอกเล่าของคนในท้องถิ่นเล่าสืบต่อกันมา ทราบเพียงว่าเกิดที่บ้านหนองกก พ.ศ.2385 (ปัจจุบันอยู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ) ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ทำนา
พออายุกว่าสิบปี บรรพชาที่วัดในหมู่บ้าน ครั้นอายุครบ 20 ปีได้เข้าพิธีอุปสมบท แต่ไม่ทราบชื่อพระอุปัชฌาย์

ศึกษาพระปริยัติธรรมด้วยความขยันขันแข็งอยู่วัดหนองกก ก่อนไปเรียนพระปริยัติธรรมต่อที่สำนักวัดพระโต จ.ศรีสะเกษ ศึกษามูลกัจจายน์ บาลี อักขรโบราณ ไทยน้อย อักษรลาว มุมานะเล่าเรียนอยู่หลายปี มีความรู้แตกฉานสามารถพูดอ่านเขียนได้คล่องแคล่ว

ด้วยความที่เป็นพระปฏิบัติดี มีความรู้คงแก่เรียน บรรดาญาติโยมจึงทำพิธีรดน้ำเป็นญาครู ยกย่องตามประเพณีอีสาน
ในเวลาต่อมาเกิดโรคห่าระบาดผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงพาญาติโยมอพยพหนีโรคระบาดมาอาศัยอยู่ที่เมืองปะหลาน (ปัจจุบัน ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม)

พอมาถึงป่าขนวน ที่ตั้งของบ้านแก่นท้าว เห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ดี น้ำท่าบริบูรณ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองพยัคฆภูมิพิสัยไม่ไกลนัก พ.ศ.2420 ท่านจึงตัดสินใจสร้างวัดขึ้น
ร่วมแรงร่วมใจกับญาติโยมพัฒนาวัดแบบค่อยเป็นค่อยไป พัฒนาสร้างความเจริญให้กับวัด จนแล้วเสร็จ เป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ “พระครูสีหราช” พร้อมกับได้รับพระราชทานพระบูชาเนื้อทองคำให้ 1 องค์ หน้าตักประมาณ 5 นิ้ว และพระพุทธรูปอยู่คู่กับวัดแห่งนี้จวบจนปัจจุบัน

นอกจากจะมีญาติโยมมากราบสักการะขอพรในยุคนั้น ยังมีพระสงฆ์มาฝากตัวเป็นศิษย์สืบทอดสายธรรมหลายรูป ต่อมาปรากฏชื่อเสียงโด่งดังทั่วอีสาน เช่น หลวงปู่สาธุ์ สุขธัมโม วัดบ้านเหล่า อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม, หลวงปู่มี กันตสีโล วัดป่าสันติธรรม อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม เป็นต้น
ช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธด้วยโรคชรา และถึงแก่มรณภาพในปี พ.ศ.2481 สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76

ต่อมาวัดและญาติโยมชาวบ้านแก่นท้าว ได้สร้างรูปเหมือนตั้งไว้ในวิหารวัด เพื่อให้ผู้เลื่อมใสศรัทธากราบสักการะน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน เมื่อถึงวันครบรอบวันมรณภาพหลวงปู่จะมีการจัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลทุกปี
วัตถุมงคลพระครูสีหราช มีปรากฏเพียงรุ่นเดียว จัดสร้างโดยหลวงปู่สาธุ์ สุขธัมโม วัดบ้านเหล่า อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ศิษย์เอกของท่าน จัดสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.2502 วัตถุประสงค์เพื่อบูชาครู ภายหลังจากพระครูสีหราชมรณภาพไปนานกว่ายี่สิบปี

ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ เนื้ออัลปาก้า จำนวนการสร้างไม่เกิน 500 เหรียญ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนพระครูสีหราชครึ่งรูป ด้านล่างเขียนว่า “พระครูสีหราช” โค้งลงไปตามขอบ ด้านหลังเป็นยันต์ตัวขอมลาว 3 แถว อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม โดยแถวแรกเขียนว่า “สิ ตา สิ” แถวที่สองเขียนว่า “ตา มะ เส” แถวที่สามเขียนว่า “มะ เส มา” เป็นคาถากันภัย 10 ทิศ ด้านล่างเขียนคำว่า “วัดบ้านแก่นท้าว อ.พยัคฆภูมิพิสัย”

เหรียญพระครูสีหราช
เหรียญรุ่นนี้หลวงปู่สาธุ์ประกอบพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสกเดี่ยว 1 ไตรมาส ณ อุโบสถวัดบ้านเหล่า ด้วยความที่หลวงปู่สาธุ์ท่านมีพลังจิตแก่กล้า เจตนาการสร้างที่บริสุทธิ์จึงเป็นวัตถุมงคลอีกรุ่นหนึ่งที่นักสะสมในพื้นที่นิยมเช่าหากัน
หากนักท่องเที่ยวผ่านมายังเขต อ.พยัคฆภูมิพิสัย เชิญแวะวัดบ้านแก่นท้าว กราบสักการะอัฐิและรูปเหมือนพระครูสีหราช รำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน
เชิด ขันตี ณ พล