“วัดราชโอรสาราม” หรือ “วัดราชโอรส” ตั้งอยู่เลขที่ 248 เขตจอมเทียน กรุงเทพฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 3 แห่งบรมราชวงศ์จักรี
เป็นวัดโบราณมีมาก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์คือ เป็นวัดราษฎร์ที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมเรียกว่า “วัดจอมทอง”

ปี พ.ศ.2363 พม่าตระเตรียมยกพลเข้ามาตีประเทศสยาม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงเป็นแม่ทัพคุมพลไปขัดตาทัพพม่าทางเจดีย์ 3 องค์ เมืองกาญจนบุรี
เสด็จประทับแรมที่หน้าวัดจอมทอง และทรงประกอบพิธีเบิกโขลนทวาร ตามลักษณะพิชัยสงคราม ทรงอธิษฐานให้ประสบความสำเร็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ แต่ปรากฏว่าพม่าไม่ได้ยกทัพมาตามที่เล่าลือกัน
เมื่อพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงเลิกทัพเสด็จกลับพระนครแล้ว จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดจอมทองใหม่ทั้งวัด และทรงยกเป็นพระอารามหลวง

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดราชโอรส
แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงสถาปนาวัดนี้ ในขณะที่ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ แต่เนื่องจากทรงสถาปนาเป็นการส่วนพระองค์ จึงทรงพระราชดำริเปลี่ยนแปลงแบบอย่างศิลปกรรมตามความพระราชหฤทัย
ดังนั้น วัดราชโอรสจึงตกแต่งด้วยศิลปะจีนเป็นส่วนมาก นับเป็นวัดแรกที่เป็นวัดที่คิดสร้างออกนอกแบบอย่างวัด ซึ่งสร้างกันอย่างสามัญ ศิลปกรรมไทยที่มีอยู่ในวัดนี้ พระองค์ทรงสร้างได้อย่างเหมาะสมกลมกลืนงดงามยิ่งนัก อย่างหาที่ติมิได้

วัดราชโอรสมีปูชนียวัตถุมากมาย บริเวณโดยรอบวัดเป็นชุมชนที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่หลายพันหลังคาเรือน บรรยากาศจึงมีความคึกคักจอแจไปบ้าง
บรรยากาศภายในบริเวณวัดราชโอรสถือว่ามีความสงบร่มรื่นพอสมควร กุฏิสงฆ์เป็นทรงไทย ตั้งไว้เป็นหมู่แถวอย่างมีระเบียบ มีความสะอาดตา
วัดแห่งนี้นับเป็นวัดแรกที่สร้างโบสถ์วิหาร โดยไม่มีช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ รวมทั้งการประยุกต์ศิลปกรรมนั้นทำได้อย่างประณีตกลมกลืนงดงามอย่างมาก

พระอุโบสถ์ หลังคา 2 ชั้นแบบจีนมุงกระเบื้องสีแบบไทย หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบ ตอนบนประดิษฐ์เป็นภาพทิวทัศน์มีบ้านเรือน ภูเขาลำธาร วัว กิเลน ต้นไม้ ฯลฯ
ซุ้มประตูหน้าต่างประดับลายดอกเบญจมาศปูนปั้น
ส่วนพระประธานนั้น สร้างได้งดงามกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นในสมัยเดียวกัน โดยประดิษฐานภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร (พระมหาฉัตร 9 ชั้น) ซึ่งจะมีเฉพาะวัดที่มีพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์บรรจุเท่านั้น
พระประธานในพระอุโบสถวัดราชโอรส พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้หล่อขึ้นใหม่ ครั้นเมื่อสิ้นรัชกาลถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายพระนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร”


พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ วัสดุโลหะ หน้าตักกว้างประมาณ 1 วา 2 ศอก หรือประมาณ 3.1 เมตร สูงประมาณ 2 วา 1 ศอก หรือประมาณ 4.5 เมตร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระสรีรังคารของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ที่ฐานพระพุทธรูป พร้อมกับถวายพระปรมาภิไธยประจำรัชกาล และศิลาจารึกดวงชันษา
ในบริเวณพระอุโบสถยังมีพระแท่นที่ประทับอยู่ใต้ต้นพิกุล ซึ่งพระองค์ใช้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จมาทรงคุมงานและตรวจการก่อสร้างนั่นเอง

จากพระอุโบสถ ลองเดินไปดูพระวิหารต่างๆ ของวัดกันต่อ ความน่าสนใจคือ ที่วัดราชโอรสนี้มีทั้งพระวิหารพระนั่ง พระวิหารพระนอน และพระวิหารพระยืน ครบทั้งสามอิริยาบถเลยทีเดียว
สำหรับพระวิหารพระนอน หรือพระวิหารพระพุทธไสยาสน์นั้น ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ตัววิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีนเช่นเดียวกัน ประตูทางเข้าสู่พระวิหารนั้นเป็นประตูกลมแบบจีน เชื่อกันว่าจะนำสิ่งดีงามให้แก่ผู้ที่ผ่านประตูนี้เข้ามา
สำหรับพระประธานในพระวิหารพระนอนคือ “พระพุทธไสยาสน์นารถชนินทร์ ชินศากยบรมสมเด็จ สรรเพชญพุทธบพิตร” วัดความยาวจากพระบาทถึงเปลวพระรัศมีได้ 20 เมตร สูง 6 เมตร ถือเป็นพระนอนที่องค์ใหญ่ไม่แพ้ที่วัดอื่นทีเดียว
นอกจากนี้ บริเวณรอบลานพระวิหารยังมีหมู่พระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองประดิษฐานอยู่ 32 องค์ด้วยกัน และที่ผนังด้านนอกพระระเบียงของพระวิหารพระนอน ยังมีแผ่นหินอ่อนจารึกตำรายาแผนโบราณและตำราหมอนวดติดไว้รอบพระระเบียงทั้งสี่ด้าน จำนวน 92 แผ่น คล้ายกับที่วัดโพธิ์

ส่วนพระวิหารพระยืน ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของพระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนอีกเช่นเคย ภายในพระวิหารหลังนี้แบ่งออกเป็นสองห้องคือ ห้องตอนหน้าและตอนหลัง ตอนหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ ส่วนตอนหลังเป็นที่ประดิษฐานหมู่พระพุทธรูปหลายปางหลายขนาด มีพระประธานองค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบอยุธยา
พระวิหารหลังนี้เคยเป็นพระอุโบสถเก่าของวัดมาก่อน ลดเลี้ยวไปจนถึงพระวิหารพระนั่ง หรือศาลาการเปรียญ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านขวาของพระอุโบสถ เป็นอาคารที่มีลักษณะผสมทางศิลปกรรมระหว่างไทยและจีนเช่นเดียวกัน

แต่ที่แปลกตากว่าที่อื่นคือ “พระพุทธชัยสิทธิธรรมนาท” พระประธานในพระวิหารนี้เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางประทานพระธรรมเทศนาถือตาลปัตร เวลาที่เรานั่งกราบพระพุทธรูปทางด้านหน้าตรงจะมองไม่เห็นพระพักตร์ของพระพุทธรูป แต่หากอยากมองหน้าต้องเขยิบมาด้านข้างๆ ไปเล็กน้อย
ด้วยศิลปกรรมที่งดงามแปลกตา แต่ครบถ้วนด้วยเสน่ห์แห่งความเป็นพระอารามหลวง ทำให้วัดนี้เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
หากใครมีเวลาว่าง เดินทางไปเที่ยวเขตจอมทอง ลองแวะเข้าไปไหว้พระ ชมความงดงามทางสถาปัตยกรรมกันได้ที่วัดราชโอรส