“วัดภาษี” ตั้งอยู่เลขที่ 12 ซอยภาษี 1 ถนนเอกมัย (สุขุมวิท 63) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ มีเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 3 ตารางวา ทิศเหนือติดคลองแสนแสบ ทิศใต้ติดซอยภาษี 1 (เอกมัย 23) ทิศตะวันออกติดคูส่งน้ำ และจุดเริ่มต้นเอกมัย-รามอินทรา ทิศตะวันตก มีลักษณะชายธงจรดคลองแสนแสบ


เป็นวัดเก่าแก่ ที่ดินส่วนนี้แต่เดิมเป็นท้องนาของกำนันเพชร (ไม่ทราบนามสกุล) ที่ตั้งด่านเก็บค่าหัวนา (ค่าผ่านทาง) จากพ่อค้า ที่ขนส่งสินค้าทางเรือ ในคลองแสนแสบ จากภาคตะวันออกสู่บางกอก เมื่อได้เงินมาจึงรวบรวมเงินสร้างวัดขึ้นในที่หัวนาของตน เมื่อปีพุทธศักราช 2390 ให้ชื่อว่า “วัดภาษี” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (ฝังลูกนิมิต) ในปี พ.ศ.2391

จากสภาพวัดในสมัยนั้นอยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ และอยู่ท่ามกลางที่นาของชาวมุสลิมซึ่งมีอาชีพทำนาและเลี้ยงควาย เมื่อหมดยุคของกำนันเพชรแล้วขาดการบำรุงรักษาทำให้ เสนาสนะส่วนใหญ่ทรุดโทรม ในช่วงการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชทางราชการใช้พื้นที่ป่าช้าท้ายวัดเป็นแดนประหารนักโทษ ด้วยการตัดคอจนถึงสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย จึงยกเลิกการประหารด้วยการตัดคอมาเป็นการยิงเป้าแทน

จากหนังสือสยามโบราณ บันทึกรายละเอียด ว่า … นักโทษคนสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิตด้วยการตัดคอ ณ ป่าช้าท้ายวัดภาษี คือ น.ช.บุญเพ็ง หีบเหล็ก ผู้ก่อคดีสยองขวัญเมื่อ พ.ศ.2461 จนเป็นข่าวโด่งดังมากในสมัยนั้น ด้วยการฆ่าคนแล้วหั่นศพเป็นท่อนๆ ยัดใส่หีบเหล็ก นำใส่รถเจ๊กหรือรถลากไปทิ้งลงน้ำเพื่อเป็นการทำลายหลักฐาน แต่ก็ถูกตำรวจตามจับตัวได้ ฆาตกรโหดคนนี้จึงได้รับฉายาว่า “บุญเพ็ง หีบเหล็ก”

บุญเพ็ง หีบเหล็ก เป็นหนุ่มร่างเล็ก ผิวขาว ใบหน้าหล่อเหลา ตาดุ คิ้วดก พูดจาไพเราะปากหวาน มีนิสัยไม่ชอบทำการทำงาน ชอบเสาะแสวงหาอาจารย์ด้านไสยศาสตร์ที่เก่งๆ สนใจการเป็นหมอดู เมตตามหานิยม เสน่ห์ยาแฝด ตลอดจนฝังรูปฝังรอย
ตอนอายุ 27 ปีได้บวชเป็นภิกษุอยู่ 2 พรรษา แล้วสึกออกมาตั้งตนเป็นหมอดู หมอยา รบทำเสน่ห์ยาแฝดฝังรูปฝังรอย เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเมา ผีการพนันเข้าสิงทำให้เป็นหนี้เป็นสิน วางแผนฆ่าชิงทรัพย์ ตัดศพเป็นท่อนยัดใส่หีบเหล็กจึงได้ฉายาว่า “หีบเหล็ก”

ถูกตัดสินประหารด้วยการตัดหัว (สมัยนั้นเรียกกุดหัว) ที่วัดภาษีแห่งนี้ โดยขอร้องไม่ให้เพชฌฆาตผูกตาขณะประหาร ขอดูโลกเป็นครั้งสุดท้ายและขอรับกรรมที่ทำไว้
พ.ศ.2537 ทางวัดภาษีได้ปั้นรูปจำลองบุญเพ็ง หีบเหล็ก เป็นอนุสนธิให้คนรุ่นหลังได้ทราบประวัติ เป็นอุทาหรณ์ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ดูไว้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีงาม และจะได้ไม่เอาเป็นแบบอย่างต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันวัดภาษี แปรสภาพเป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางกรุงไปแล้วโดยปริยาย เมื่อความเจริญของบ้านเมืองได้แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ วัดภาษี มีความเจริญรุ่งเรืองไปด้วย
0
จากความทุ่มเทแรงกายแรงใจของ พระครูอนุกูลพัฒนกิจ (ดรุณ สุนทราจาโร) เจ้าอาวาสวัดภาษีรูปปัจจุบัน ได้พัฒนาสร้างสรรค์บริเวณวัดไว้อย่างสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยในทุกด้าน มีเสนาสนะต่างๆ อย่างครบถ้วน และยังสนับสนุนทางการศึกษาแก่เยาวชนในละแวกวัด ผ่านโรงเรียนวัดภาษีของกรุงเทพมหานคร
จึงเป็นที่พึ่งพาอาศัยของพุทธศาสนิกชนในละแวกนี้มาช้านานและเป็นที่รู้จักของชาวกรุงเทพฯ โดยทั่วไป โดยมีกิจกรรมหลายอย่างที่จัดขึ้นเพื่อชุมชน เช่น เปิดสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นสถานที่ศึกษาของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เป็นสถานที่สวดมนต์และปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ ตลอดจนการเทศนาธรรมวันธรรมสวนะ

นอกจากนี้ ยังเปิดรับบริจาคปัจจัยเพื่อโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ และการทำบุญตามวาระต่างๆ เป็นต้น
ภายในวัดมีความโดดเด่นตระหง่านชัดเจนที่สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ด้วยเจดีย์พุทธคยาจำลอง ที่มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนองค์เจดีย์เป็นทรงกรวยระฆังคว่ำ สถาปัตยกรรมแบบอินเดียที่หาดูชมได้ไม่ง่ายในกรุงเทพฯ
ภายในอาคารเจดีย์พุทธคยาจำลอง ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่เรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และที่พักของสงฆ์ ส่วนด้านบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หากต้องการขึ้นไปสักการะด้านบน ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เปิดให้หรือจะสักการะพระบรมสารีริกธาตุด้านนอกหน้าอาคารก็ได้ ซึ่งเป็นพระบรมสารริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา

อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปและรูปเคารพอื่นๆ อาทิ พระพิฆเนศ พระแม่ธรณีบีบมวยผม พระราหู ฯลฯ ให้ได้กราบไหว้กันอีกด้วย
ภายในศาลาศูนย์สัพพะมงคลที่อยู่ใกล้กับรูปเคารพพระพิฆเนศ ยังเป็นที่ตั้งของรูปปั้นขนาดเท่าตัวจริงของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีนักร้องลูกทุ่งที่ล่วงลับไปแล้วเมื่อปี พ.ศ.2535 ซึ่งโครงสร้างของหุ่นทำจากไฟเบอร์กลาส หล่อขี้ผึ้งเป็นโครงไว้ด้านใน ในอิริยาบถท่ายืน มือขวาถือไมโครโฟน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก

สำหรับการเดินทางไปวัด มีรถประจำทางผ่านหลายสาย ถือได้ว่าการคมนาคมสะดวกมาก มีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เรือโดยสารคลองแสนแสบ มีรถแท็กซี่วิ่งตลอด อยู่ใกล้ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ การเดินทางมาเยี่ยมเยือนวัดจึงสะดวกอย่างยิ่ง