วันเสาร์ที่ 21 มิ.ย.2568 น้อมรำลึกครบ 112 ปี ชาตกาล “พระญาณรังษี” (จวบ สุภัทโท) อดีตรองเจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีวัตรปฏิบัติดีงาม เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม
มีนามเดิมว่า จวบ เกิดมงคล เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2456 ที่บ้านหมู่ 1 ต.ดอนตะหนิน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา
ช่วงวัยเยาว์สำเร็จการศึกษาชั้นประถมจากโรงเรียนวัดเดิม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
จากนั้นเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2473 ณ วัดทองหลางน้อย อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา มีพระครูจันทสรคุณ วัดบ้านเสมาใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์มี วัดบ้านเสมาใหญ่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์หนู วัดโคกหนองแวง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ที่สำนักเรียนวัดอรุณราชวราราม
นอกจากนี้ ยังเป็นผู้มีความรู้ด้านภาษาขอม สามารถอ่านออกเขียนได้ รวมทั้งมีความชำนาญเกี่ยวกับวิชาแพทย์แผนโบราณ
ให้การสนับสนุนส่งเสริมด้านการศึกษา และอุปถัมภ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดราชสิทธาราม
พ.ศ.2507 ช่วยหาทุนทำนุบำรุงโรงเรียนฝ่ายสามัญศึกษา ทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา
พ.ศ.2516 เป็นผู้จัดตั้งมูลนิธิเพื่อบำรุงการศึกษา
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2489 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2499 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม พ.ศ.2534 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2494 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูปลัดในฐานานุกรมพระสังวรานุวงศ์เถร อดีตเจ้าอาวาส
พ.ศ.2500 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง ชั้นโท (จปร.)
พ.ศ.2507 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง ชั้นพิเศษ
พ.ศ.2542 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระญาณรังษี
พระญาณรังษี เป็นผู้สืบทอดสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตามแนวทางของสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) จากพระครูสังวรสมาธิวัตร (หลวงปู่แป๊ะ)
ท่านมีความเชี่ยวชาญและได้เป็นอาจารย์คอยอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐาน จนได้รับฉายา หลวงพ่อตาทิพย์ เนื่องจากท่านสามารถนั่งสมาธิหยั่งรู้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้ ทำให้มีศรัทธาจากญาติโยมทั่วสารทิศ มาขอให้ท่านช่วยตรวจดูความเป็นไปที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งท่านไม่เคยขัดศรัทธาญาติโยมแต่อย่างใด
ด้วยล่วงเข้าสู่วัยชรา เริ่มมีอาการอาพาธและโรคภัยต่างๆ
ต่อมาเกิดอาการวิงเวียนศีรษะอย่างแรง คณะศิษย์ได้นำพระญาณรังษี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 ม.ค.2550
ปรากฏว่าอาการท่านทรุดหนักลง ถึงขั้นช็อกหมดสติ ประกอบกับสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง คณะแพทย์ได้พยายามรักษาอาการพระญาณรังษีอย่างสุดความสามารถ
แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ในที่สุดเช้าวันที่ 15 ม.ค.2550 จึงละสังขารจากไปอย่างสงบ
สิริอายุ 94 ปี พรรษา 73