วันที่ 22 มิ.ย. 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนา พระพรหมมุนี ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่
มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ มหาเจติยพงศคุณธาดา ธรรมทูตพัฒนคณาลังการ ไพศาลศาสนกิจการี ศรีธรรมธรวรางกูร วิบูลศีลาจารสุนทร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 2568 ประกาศ ณ วันที่ 22 มิ.ย.2568
สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ (บุญเรือง ปุญญโชโต) เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกายอีกรูป ได้รับการยกย่องว่าเคร่งครัดระเบียบวินัย มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย ปฏิปทางดงามเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา
ปัจจุบัน สิริอายุ 90 ปี พรรษา 70 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ
มีนามเดิม บุญเรือง วรคามวิชัย เกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2478 ที่บ้านโคกพระ ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
ช่วงวัยเยาว์ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนในชุมชน
บรรพชาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2498 ที่วัดสว่างปอแดง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ มีพระครูปฏิภาณธรรมคุณ วัดขวัญเมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมา เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2498 ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธัมมธโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมปิฎก เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ขณะนั้น มอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาส ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ อีกมากมาย
ด้านการปกครองคณะสงฆ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) วันที่ 10 ก.ค.2547 แทนพระธรรมโสภณ (โกศล สิรินธโร) ที่เกษียณอายุ เนื่องจากอายุครบ 80 ปี ต่อมาในวันที่ 20 กันยายน 2547 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 8
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2539 เป็นเจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร พ.ศ.2547 เป็นเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต)
พ.ศ.2561 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต)
พ.ศ.2562 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าประคุณเป็นพระธรรมทูตรุ่นแรกที่เข้ารับการฝึกอบรมและออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ฯลฯ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการนำเอาพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ จนกระทั่งสามารถตั้งมั่นในอินโดนีเซีย
อีกทั้งยังเป็นกรรมการบริหารสถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ซึ่งจะฝึกอบรมทุกปีในช่วงเดือนมกราคมจนถึงมีนาคม เพื่อให้พระธรรมทูตมีความพร้อม ก่อนออกเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ
ปัจจุบัน มีพระธรรมทูตได้ผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว หลายต่อหลายรุ่น
ด้วยความเป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติดำรงตนอยู่ในพระธรรมวินัย ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มีผลงานปรากฏเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูมากมาย
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2510 ได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธัมมธโร) ให้ดำรงตำแหน่งฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนวิริยาจารย์ พ.ศ.2514 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสุวีรญาณ พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิมุนี พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพญาณกวี
พ.ศ.2550 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระธรรมเจติยาจารย์
วันที่ 28 ก.ค. 2562 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมมุนี
ล่าสุด วันที่ 22 มิ.ย. 2568 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์
ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ในการครองสมณเพศ ใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนา เป็นที่ประจักษ์ถึงผลงานและคุณสมบัติต่างๆ เป็นที่ยกย่องเชิดชูมากมาย ทั้งในด้านการบริหาร ตลอดจนเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาคุณ
จึงเป็นที่ยอมรับและเลื่อมใสศรัทธาอย่างกว้างขวาง