วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงโปรดมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมังกโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร แก่พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ จำนวน 494 รูป (ตั้งใหม่ 221 รูป เลื่อน 273 รูป) ณ วัดลัฏฐิวัน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

โอกาสนี้ มีพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัด 1 รูป เจ้าอาวาสพระอารามหลวง 2 รูป เจ้าคณะอำเภอ 1 รูป รองเจ้าคณะอำเภอ 1 รูป เจ้าคณะตำบล 11 รูป เจ้าอาวาส 2 รูป และพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ 5 รูป รวม 22 รูป พระคุณท่านมีความประสงค์ขอเข้ารับพัดยศ ให้ตรงกับตำแหน่งและพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ในพิธีนี้ด้วย

โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมปฏิบัติงานพิธี และมีพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
ในการนี้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เชิญพระโอวาทสมเด็จพระสังฆราช ความว่า

“ตามที่ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ ตั้งท่านทั้งหลายเป็นพระครูสัญญาบัตรนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นเกียรติยศอันหาที่สุดมิได้ ขอท่านพระครูจงพร้อมเพรียงกัน ตั้งสัตยาธิษฐาน ถวายพระพรให้สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงเป็นอัครพุทธศาสนูปถัมภก ทรงเจริญพระชนมสุขสิริสวัสดิ์ทุกประการ และขอท่านจงตั้งใจรับภารธุระการคณะสงฆ์ อย่างเต็มสติกำลังความสามารถ เพื่อฉลองพระราชศรัทธา ให้สมกับที่ได้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานสมณศักดิ์ในครั้งนี้

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระอนุศาสน์สั่งสอนถึงสาเหตุแห่งการเจริญยศ และดำรงมั่นคงอยู่ในยศศักดิ์นั้นๆ โดยธรรม ไว้ว่า อุฏฺฐานวโต สตีมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ แปลความว่า ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรมและไม่ประมาท ดังนี้

พระครูสัญญาบัตร จัดว่าเป็นบุคคลผู้มียศ เพราะมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในการบังคับบัญชาปกครองพระภิกษุสามเณรผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เป็นที่เคารพกราบไหว้ของพุทธศาสนิกชนว่าเป็นคุรุฐานียบุคคล เป็นแบบอย่างของจริยาที่สหธรรมิกพึงเจริญรอยตาม จึงจำเป็นต้องเป็นอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หมั่นเพียรสนองภารธุระเพื่อประโยชน์ของคณะสงฆ์โดยสุจริต ณ ไตรทวาร มีสติปัญญารอบคอบและรอบรู้ เพื่อสามารถประคับประคองกิจจานุกิจให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ขวนขวายศึกษาให้รู้ซึ้งถ้วนถี่ในพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ระเบียบ มติ และประกาศของคณะสงฆ์ สำหรับนำไปใช้สำหรับครองตน ครองบริวาร และครองงานที่ได้รับมอบหมายให้บังเกิดสัมฤทธิผล จนได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรมและไม่ประมาท เพื่อจักได้คุ้มครองอารักขาตนและบริวารชน ให้บรรลุถึงความสวัสดีได้อย่างสมกับความเป็นพระครู ผู้เป็นที่พึงเคารพนับถือของสหธรรมิก และศิษยานุศิษย์ได้โดยสนิทใจ



ในนามคณะสงฆ์ ขอแสดงมุทิตาจิตถวายแด่พระครูสัญญาบัตรทุกรูป ขอถวายกำลังใจให้มีสรรพกำลังพรั่งพร้อม ในอันที่จะประกอบกรณียกิจเพื่อจรรโลงพระบวรพุทธศาสนาและประเทศชาติ ให้รุ่งเรืองวัฒนาสถาวร กับทั้งขออำนวยพรให้ทุกท่าน จงเจริญงอกงามในพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งๆ ขึ้นสืบไป เทอญ”