“วัดพระธาตุท่าอุเทน” ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ตรงข้ามกับเมืองหินบูน สปป.ลาว
วัดแห่งนี้ประดิษฐานพระธาตุท่าอุเทน เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปทรงสี่เหลี่ยม จำลองมาจากพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 15.5 เมตร

ตามประวัติสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2494 โดยการนำของหลวงปู่สีทัตถ์ (สุวรรณมาโจ) ญาณสัมปันโน พระเกจิผู้สร้างพระพุทธบาทบัวบกที่ จ.อุดรธานี และพระธาตุโพนฉัน สปป.ลาว ที่ชาวไทยและลาวเคารพเลื่อมใสกราบไหว้ ชักชวนพระภิกษุสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาชาว จ.หนองคาย จ.สกลนคร และอำเภอใกล้เคียงใน จ.นครพนม จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2455

ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า รวมทั้งพระพุทธรูปน้อยใหญ่และสิ่งของมีค่า ที่มีผู้มาบรรจุถวายไว้ โดยตัวองค์พระธาตุแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่า ชั้น 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้นที่ 3 คือเจดีย์องค์ใหญ่สูง 15 เมตร
ในปี พ.ศ.2540 ซุ้มประตูชั้นล่างขององค์พระธาตุด้านทิศใต้ได้พังทลายลง กรมศิลปากรจึงได้บูรณะปฏิสังขรณ์โดยการนำของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นำในการบูรณะ จนแล้วเสร็จในปี

พ.ศ.2541 พร้อมได้เสริมคานคอนกรีตภายใน เพื่อป้องกันองค์พระธาตุพังทลาย จนกระทั่งปลายปี พ.ศ.2557 ได้รับการบูรณะอีกครั้งจนแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2558
ปัจจุบัน พระครูบริหารบรมธาตุ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัด ซึ่งในห้วงเดือนมี.ค.ของทุกปี จะมีงานนมัสการพระธาตุท่าอุเทน โดยจัดขึ้นตรงกับวันขึ้น 13 ค่ำไปจนถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งเป็นงานประเพณีที่จัดติดต่อกันมานานตั้งแต่โบราณกาล
ล่าสุด เมื่อช่วงเดือนมี.ค.2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมผศ.สุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานชมรมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ภริยา เป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อจัดหารายได้สมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุท่าอุเทนทั้งองค์

ทั้งนี้ พล.ท.บุญสิน และผศ.สุพางค์พรรณ ภริยา รับเป็นเจ้าภาพ
นอกจากนี้ พล.ท.บุญสิน และผศ.สุพางค์พรรณ พร้อมคณะ รวมทั้งผอ.สำนักศิลปากรที่ 9 จ.อุบลราชธานี ข้าราชการ ประชาชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุท่าอุเทน โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมบริจาคเป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาทในห้วงนั้น
ซึ่ง ผศ.สุพางค์พรรณได้ว่าจ้างบริษัท กุมภา 02 จำกัด ในงบ 1,333,500 บาท มาบูรณะทาสี เริ่มสัญญาวันที่ 20 ม.ค.2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 19 พ.ค.2568 ใช้เวลาในการบูรณะรวม 120 วัน โดยมีสำนักศิลปากรที่ 9 จ.อุบลราชธานี ควบคุมการบูรณะจนแล้วเสร็จ ในงบประมาณ 2,616,000 บาท
กระทั่งวันที่ 28 มิ.ย.2568 พล.ท.บุญสิน และผศ.สุพางค์พรรณ ภริยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระครูบริหารบรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีสมโภชพระธาตุท่าอุเทน โดยมี ว่าที่ ร.ต.รวยรุ่ง ใครบุตร และ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผบ.มทบ.210, นายชินวัตร ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน, นายกานต์ แก้วมาตย์ นายกเทศมนตรี ต.ท่าอุเทน พร้อมข้าราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีกว่า 500 คน

หลังจากที่นางรำแม่บ้าน มทบ.210 และนางรำแม่บ้าน อ.ท่าอุเทน จำนวน 160 ชีวิต รำบวงสรวงพระธาตุท่าอุเทน ก่อนที่ พล.ท.บุญสิน ประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระสงฆ์ 9 รูปสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเครื่องไทยธรรมและจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำรับศีลรับพร พระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์
จากนั้น ได้นำแผ่นทองไปเจิมพระธาตุฝุ่น (พระธาตุท่าอุเทนองค์เล็ก) ที่ประดิษฐานใกล้กันนอกกำแพงแก้วด้านทิศเหนือ ซึ่งเศษปูนเศษอิฐและเศษทรายที่กะเทาะล่วงหล่นลงมา ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงรวบรวมให้ช่างสร้างพระธาตุท่าอุเทนจำลองขึ้น จึงตั้งชื่อว่าพระธาตุฝุ่นดังกล่าว
ต่อมาแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะร่วมกันแห่เครื่องสักการะและขบวนต้นทองรอบองค์พระธาตุ 3 รอบ ก่อนร่วมห่มผ้าพระธาตุท่าอุเทน เพื่อความเป็นสิริมงคล
พล.ท.บุญสินกล่าวว่า การมาทำบุญสมโภชพระธาตุท่าอุเทนครั้งนี้ เพื่อให้พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง คนในชาติมีความสมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ทั้งนี้ พระธาตุท่าอุเทน วัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ถือเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ เชื่อกันว่าผู้ที่ไปนมัสการพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ยามขึ้นรุ่งอรุณ ตรงกับเทพประจำวันศุกร์คือ หันหน้าไปทางทิศเหนือของพระธาตุพนม ตรงกับทิศประจำของพระศุกร์
ชนะ วสุรักคะ