วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้ สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ปฏิบัติพระศาสนกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร แด่พระสงฆ์เขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้ จำนวนทั้งสิ้น 173 รูป โดยแบ่งเป็นพระครูสัญญาบัตรตั้งใหม่ จำนวน 97 รูป และเลื่อนสมณศักดิ์ จำนวน 76 รูป


โดยมี นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดภูเก็ต ร่วมถวายการต้อนรับ พร้อมด้วยนายพศุตม์ ขอดเมชัย ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย นายชัชพล ไชยพร รักษาราชการแทน ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้ ร่วมปฏิบัติงานพิธี และมีพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ณ พระมหาธาตุเจดีย์ วัดเทพวนาราม อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ในการนี้ สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เชิญพระโอวาทสมเด็จพระสังฆราช ความว่า “ตามที่ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ ตั้งท่านทั้งหลายเป็นพระครูสัญญาบัตรนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นเกียรติยศอันหาที่สุดมิได้ ขอท่านพระครูจงพร้อมเพรียงกัน ตั้งสัตยาธิษฐาน ถวายพระพรให้สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงเป็นอัครพุทธศาสนูปถัมภก ทรงเจริญพระชนมสุขสิริสวัสดิ์ทุกประการ และขอท่านจงตั้งใจรับภารธุระการคณะสงฆ์ อย่างเต็มสติกำลังความสามารถ เพื่อฉลองพระราชศรัทธา ให้สมกับที่ได้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานสมณศักดิ์ในครั้งนี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระอนุศาสน์สั่งสอนถึงสาเหตุแห่งการเจริญยศ และดำรงมั่นคงอยู่ในยศศักดิ์นั้นๆ โดยธรรม ไว้ว่า อุฏฐานวโต สติมโต สุจิกมุมสฺสํ นิสมฺมการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปปมตตสฺส ยโสภิวฑุฒติ แปลความว่า ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรมและไม่ประมาท”


ดังนี้ พระครูสัญญาบัตร จัดว่าเป็นบุคคลผู้มียศ เพราะมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในการบังคับบัญชาปกครองพระภิกษุสามเณรผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เป็นที่เคารพกราบไหว้ของพุทธศาสนิกชนว่าเป็นคุรุฐานียบุคคล เป็นแบบอย่างของจริยาที่สหธรรมิกพึงเจริญรอยตาม จึงจำเป็นต้องเป็นอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หมั่นเพียรสนองภารธุระเพื่อประโยชน์ของคณะสงฆ์โดยสุจริต ณ ไตรทวาร มีสติปัญญารอบคอบและรอบรู้ เพื่อสามารถประคับประคองกิจจานุกิจให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ขวนขวายศึกษาให้รู้ซึ้งถ้วนถี่ในพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ระเบียบ มติ และประกาศของคณะสงฆ์ สำหรับนำไปใช้สำหรับครองตน ครองบริวาร และครองงานที่ได้รับมอบหมายให้บังเกิดสัมฤทธิผล จนได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรมและไม่ประมาท เพื่อจักได้คุ้มครองอารักขาตนและบริวารชน ให้บรรลุถึงความสวัสดีได้อย่างสมกับความเป็นพระครู ผู้เป็นที่พึงเคารพนับถือของสหธรรมิก และศิษยานุศิษย์ได้โดยสนิทใจ


ในนามคณะสงฆ์ ขอแสดงมุทิตาจิตถวายแด่พระครูสัญญาบัตรทุกรูป ขอถวายกำลังใจให้มีสรรพกำลังพรั่งพร้อม ในอันที่จะประกอบกรณียกิจเพื่อจรรโลงพระบวรพุทธศาสนาและประเทศชาติ ให้รุ่งเรืองวัฒนาสถาวร กับทั้งขออำนวยพรให้ทุกท่าน จงเจริญงอกงามในพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งๆ ขึ้นสืบไป เทอญ