โรงพยาบาลสงฆ์ ร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่าย จัดบริการเชิงรุกตรวจคัดกรองสุขภาพพระภิกษุ-สามเณร ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา ในพิธีปิด “โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพระภิกษุและสามเณรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร” พร้อมด้วย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธาน และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีปิดโครงการ ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

โดยมีเป้าหมายจำนวน 3,000 รูป/ราย ใน 50 วัด เพื่อตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ ทั้งส่งเสริมป้องกันและบำบัดรักษา เพื่อการมีสุขภาพดีของภิกษุสามเณรและสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลสงฆ์ จัดทำโครงการนี้ เพื่อลดจำนวนของผู้ที่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โรงพยาบาลสงฆ์ ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องของสุขภาพพระสงฆ์ และมีชุดข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ในกรุงเทพมหานครมีวัดทั้งหมด 462 วัด โรงพยาบาลสงฆ์เข้าไปตรวจคัดกรอง 50 วัด ก็ประมาณ 10% ตามข้อมูลที่ได้มา พบว่าพระภิกษุสงฆ์มีภาวะอ้วนประมาณ 1 ใน 3 มีไขมันในเลือดสูงเกือบ 50% (ร้อยละ 46.33) หรือ 1 ใน 2 โดยประมาณ ที่สำคัญมีภาวะซีดหรือโรคโลหิตจาง 1 ใน 5 สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่จะต้องให้พระภิกษุสงฆ์ต้องได้รับการตรวจและดูแลเพิ่มเติม นอกจากนั้น ยังมีปัญหาอนามัยช่องปาก ทั้งโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุและอื่นๆ ร้อยละ 88.28

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพ และพิธีปิดโครงการได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย อาทิ คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เข้าร่วมดำเนินการโครงการมาตั้งแต่ต้น และการตรวจคัดกรองสุขภาพนั้น เริ่มตั้งแต่การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว เพื่อประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) วัดความดันโลหิต การตรวจเลือดเพื่อหาค่าน้ำตาล ไขมัน และค่ามะเร็งต่อมลูกหมาก การเอกซเรย์ปอด ตรวจวัดสายตา ตรวจสุขภาพช่องปาก ตรวจการได้ยิน อีกทั้งยังมีการถวายความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ การบริหารขันธ์ คลินิกเลิกบุหรี่ การให้คำปรึกษาการใช้ยา และการตรวจคัดกรองโรคในผู้สูงอายุ เป็นต้น

กรมการแพทย์ มีหน้าที่พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นสูงที่ทันสมัย ในอนาคตอันใกล้ ได้มีการสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยี เช่น การแพทย์ทางไกล การผ่าตัดซับซ้อน การรักษาส่องกล้อง การใช้หุ่นยนต์จัดยาหรือแม้แต่หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมา เพื่อช่วยพัฒนาด้านการดูแลรักษาพระสงฆ์สามเณรอาพาธให้มีความทันสมัยยกระดับผลสำเร็จการรักษา

ด้าน นพ.อภิชัย สิรกุลจิรา ผอ.โรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสงฆ์ตระหนักถึงความมีสุขภาพดีของพระภิกษุสามเณร จึงได้ดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพฯ ดังกล่าวขึ้นมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและมีพระภิกษุสามเณรเข้ารับการตรวจคัดกรองสุขภาพในเขต กทม. จำนวน 1,922 รูป จาก 49 วัด พบปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค เช่น โรคไขมัน ในเลือดสูง ร้อยละ 46.33 ภาวะอ้วน ร้อยละ 35.63 โรคเบาหวาน ร้อยละ 18.79 และโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 17.79 นอกจากนี้ ยังพบค่า PSA สูงกว่าปกติ ร้อยละ 5.81 ผลตรวจเลือดในอุจจาระ ร้อยละ 2.61 การตรวจคัดกรองภาวะซีด พบว่า มีภาวะโรคโลหิตจาง ร้อยละ 20.40 การตรวจทางการได้ยินพบผิดปกติร้อยละ 68.28 ผลการตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) ผิดปกติ ร้อยละ 10.54 ส่วนทางด้านจักษุพบมีปัญหาทางตาร้อยละ 5.92 และทางด้านทันตกรรมพบมีปัญหาหินปูนและเหงือกอักเสบร้อยละ 88.28 ตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อมีการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการเสร็จแล้วโรงพยาบาลสงฆ์ได้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพให้กับพระภิกษุสามเณร ผ่านทางแอปพลิเคชั่น (PRH Connect) และหากพบว่าเป็นโรค หรือเป็นกลุ่มเสี่ยง ทางโรงพยาบาลสงฆ์จะนัดหมายให้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่อไป ที่ผ่านมามีการนัดหมาย ทั้งสิ้น 477 รูป