“วงค์ ตาวัน”
ข่าวใหญ่สะเทือนสังคมไทย กรณีนายชัยชนะหรือเอ็ม ศิริชาติ อายุ 25 ปี ก่อเหตุทำร้ายแฟนสาวในคอนโดมิเนียม ย่านบึงกุ่ม พร้อมกับไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก เป็นประเด็นที่คนทั้งสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก แน่นอนว่าทุกเสียงพากันป่าวประณามชายหนุ่มคลั่งโหดรายนี้
จุดที่น่าสนใจก็คือ การที่นายเอ็มได้ไลฟ์สดขณะทำทารุณแฟนสาวนั้น นอกจากเหตุผลที่ว่าการไลฟ์เป็นที่นิยมกันกว้างขวาง ตามกระแสสังคมยุคนี้
แต่นี่ ไม่ใช่การไลฟ์ระหว่างไปเที่ยว ไม่ใช่ไลฟ์จากร้านอาหาร
การไลฟ์สดขณะซ้อมผู้หญิง น่าเชื่อว่ามาจากจิตสำนึกต้องการโชว์อำนาจ ต้องการป่าวประจานแฟนสาว
รวมถึงฝากข่มขู่ชายที่เชื่อว่าเป็นคนรักใหม่
นี่คือพฤติกรรมตามสูตรการใช้ความรุนแรงต่อสตรี ความรุนแรงในครอบครัว
แต่การไลฟ์สด ช่วยให้มีพยานหลักฐานชัดเจน ส่วนหนึ่ง สำหรับใช้ดำเนินคดีได้อย่างดิ้นไม่หลุด!
เหตุการณ์นี้เป็นที่สนใจอย่างมาก ตอกย้ำความโหดร้ายจากจิตสำนึกชายเป็นใหญ่
แต่ลำพังเพียงการวิพากษ์วิจารณ์และร่วมกันป่าวประณาม อาจไม่ใช่ทางแก้ปัญหาอย่างถึงที่สุด
ความคิดเห็นของ อังคณา นีละไพจิตร กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในเรื่องนี้น่าสนใจ
โดยชี้ว่า คดีนี้เป็นกรณีตอกย้ำว่า ปัญหาความรุนแรง ทางเพศสภาพในสังคมไทยยังไม่ได้ลดลงไป ทั้งยังเป็น การทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว อับอาย ทำให้เป็น คนผิด
ที่ผ่านมา ความรุนแรงทำนองนี้ ถูกมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว เป็นปัญหาลิ้นกับฟัน ไม่ใช่เรื่องของสังคม
ทั้งที่เป็นปัญหาความรุนแรงในเชิงโครงสร้างทางสังคม ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบและช่วยกันแก้ไข
ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อโดยลำพัง อีกทั้ง พบว่า ผู้หญิงจำนวนมากที่ถูกกระทำเช่นนี้ ลงเอยกลายเป็นคนมีปัญหาทางจิตใจอย่างรุนแรงตามมา
ข้อเสนอจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือ คดีนี้ต้องไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้
พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างถึงที่สุด!
ต้องมีการลงโทษตามกฎหมาย ทั้งเรื่องการทำร้าย และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ฟังแล้วเห็นด้วยอย่างมาก ต้องไม่ใช้หลักการให้อภัย การเห็นแก่ความรักที่มีมาในอดีต
มาทำให้คดีเบาบางลงไป
แถม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ระบุว่าพฤติกรรมซ้อมทารุณสารพัดนั้น ถือว่าเข้าข่ายพยายามฆ่า น่าจะต้องดำเนินคดีในข้อหานี้อย่างจริงจัง
ต้องทำให้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อช่วยหยุดการใช้ความรุนแรงในครอบครัว!