ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน
เสียงชื่นชมยินดีระงมไปทั่วทั้งโลก เมื่อ 2 ผู้นำเกาหลี จับมือเดินข้ามพรมแดนเส้นแบ่งประเทศ แล้วนั่งโต๊ะเจรจากันอย่างเพื่อนมิตร นำไปสู่ข้อตกลงสร้างสันติภาพ ลดโอกาสจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ลงไป
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้เป็นอีกครั้งที่ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องจบลงที่โต๊ะพูดคุยสันติภาพ
จากนี้ไป ถ้าการร่วมมือกันระหว่าง 2 ชาติเกาหลี พัฒนาไปทางที่ดีมากขึ้น สุดท้ายผู้นำทั้งสอง คงได้รับการจารึกชื่อ ในฐานะวีรบุรุษสันติภาพก็เป็นไปได้
แต่แน่นอนว่า ในความขัดแย้งระหว่างชาติอื่นๆ หรือแม้แต่ภายในของบางชาติ คงมีรายละเอียดที่แตกต่าง กันไป
กรณี 2 เกาหลี มีมหาอำนาจที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลายฝ่าย และต้องมีส่วนช่วยผลักดัน ให้เกิดภาพแห่งสันตินี้
รวมทั้งในอนาคตข้างหน้า จะมีอะไรแทรกซ้อนให้สถานการณ์พลิกผันหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป
เพียงแต่บอกให้ทั้งโลกรู้ว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่า การพูดคุยอย่างสันติวิธี!
ในบ้านเราเอง หนีไม่พ้นคำถามที่ว่า สถานการณ์ไฟใต้ จะมีทางออกที่ชัดเจนในเรื่องการพูดคุยกันเมื่อไร
เพราะเสียงปืน เสียงระเบิดรายวัน มีแต่ความสูญเสีย หรือถ้ามีผลประโยชน์ตามมา ก็เป็นเรื่องของคนไม่กี่กลุ่ม ไม่ใช่ของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่
ในทางการเมืองระดับประเทศเอง การแก้ไขความคิด ต่างอย่างสันติและมีกติกาที่เสมอภาคที่สุด โลกยอมรับ มากที่สุด ก็คือ การเลือกตั้ง
แล้วเลิกพูดกันได้แล้วว่า ประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่การ เลือกตั้ง
มันใช่อยู่แล้ว และสำคัญที่สุดด้วย!
เพราะถ้าไม่มีการเลือกตั้งอย่างทุกวันนี้ ซึ่งไม่มีการเลือกตั้ง นับตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
แปลว่าอำนาจอยู่ในมือคนกลุ่มเดียว มีรัฐบาลทหาร ที่ไม่เชื่อมโยงกับประชาชนเป็นผู้ควบคุมอำนาจ
อย่างนี้ ขอยืนยันว่าต้องมีการเลือกตั้ง เพราะเป็นวิถีเดียว ที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้
วันนี้มีการเตรียมปูทางให้หัวหน้าคสช.กลับมาเป็นนายกฯ ก็ต้องไปตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาสนับสนุน
แล้วถึงวันเลือกตั้ง ประชาชนจะตัดสินว่า จะเลือก พรรคที่หนุนนายกฯ คนนอก หรือพรรคที่ไม่หนุนนายกฯ คนนอก!?!
การเลือกตั้ง จึงเป็นเวทีการต่อสู้ระหว่างคนคิดต่าง พรรค แนวทางต่าง บนพื้นฐานสันติวิธี เสมอภาค ชอบธรรมที่สุด
การเลือกตั้งจำเป็นต้องมีและคือหัวใจของประชา ธิปไตยแน่นอน
ที่ชอบบอกว่าการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องสำคัญ ก็แค่พวกรังเกียจประชาชนส่วนใหญ่
กลัวชาวบ้านจะมีอำนาจการเมืองเสมอกับพวก ตนเองเท่านั้นแหละ!