“วงค์ ตาวัน”
พูดกันติดปากว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวนไปหมดนั้น ของจริงเห็นกันชัดอยู่แล้วว่า เมษายนที่เคยร้อนจัดแดดจ้าตลอด
กลับเต็มไปด้วยพายุฝน ถล่มทลาย หลายระลอก
เข้าสู่พฤษภาคมแล้ว หมายถึงฤดูฝนเต็มตัว น่าสงสัยว่า ปีนี้สภาพฝนจะหนักหนาขนาดไหน
ยิ่งเมืองหลวง ที่ตกทุกที ท่วมทุกครั้ง ถือว่าน่าเป็นห่วงชีวิตคนเมืองกรุงอย่างมาก
รถราจราจรจะวิกฤต ธุรกิจการงาน จะปั่นป่วนเพียงใด
รวมไปถึงความเสี่ยงชีวิตในด้านอื่นๆ!
เอาง่ายๆ กรุงเทพฯเต็มไปด้วยเสาไฟฟ้า สายไฟฟ้าสารพัด
น้ำท่วม ไฟรั่วตายกันก็บ่อย
ชีวิตคนจน ไม่ได้นั่งรถหรูโฟร์วีลส์พ้นน้ำ แต่ต้องเดินอยู่ตามริมถนน มีเสาไฟตั้งอยู่เต็มไปทั่ว ไม่รู้จะมีไฟชอร์ตตายหรือไม่
ไหนจะเรื่องแนวถนน แนวท่อน้ำ แนวคลอง
เวลาน้ำท่วมขังมองไปก็เห็นแต่น้ำ จะตกท่อ ตกคลอง จมน้ำตายกันได้ง่ายๆ
ดังนั้น เข้าสู่หน้ามรสุมเช่นนี้แล้ว คงต้องเรียกร้อง กทม.
ให้เตรียมป้องกันภัยต่างๆ ไว้ได้เลย!
สำรวจแนวก่อสร้างทั้งหลาย ป้ายเตือนเรื่องการขุดหลุมบ่อ ต้องมีแล้ว
ถนนสายที่มีคลอง ก็ต้องมีป้ายชี้แนวให้ชัด
ประสานกับการไฟฟ้า สำรวจความปลอดภัยของเสาไฟให้เรียบร้อย
ไหนจะป้ายรอรถประจำทาง ต้องมั่นคง ไม่พังโครมลงมาทับประชาชน
ความปลอดภัยของชีวิตคนกรุงในหน้าฝน ถือเป็นเรื่องสำคัญ
หวังว่าผู้บริหารกทม.จะเอาใจใส่
ก็ไม่รู้ว่า ในยุคที่โดนเอาโควตารองผู้ว่าฯไปรองรับแกนนำนกหวีดเช่นนี้!?
เพื่อเป้าหมายแฝงทางการเมืองเรื่องเลือกตั้ง
จะพลอยทำให้ประสิทธิภาพดูแลประชาชนติดขัดไปบ้างไหม!