“วงค์ ตาวัน”
คดีคนร้ายยิงถล่มกำนันคนดังและเป็นประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย เหตุเกิดที่เวียงแก่น เชียงราย เป็นเหตุให้กำนันได้รับบาดเจ็บสาหัส ภรรยาและลูกรับเคราะห์ตายคารถนั้น ถือเป็นคดีใหญ่เนื่องจากเป็นการใช้อาวุธสงครามลงมือ อีกทั้งเหยื่อเป็นคนที่มีชื่อเสียงในพื้นที่
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.ฝ่ายปราบปราม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะมือสืบสวนโชกโชน ไปคุมคดีเอง
ขณะที่พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภาค 5 คุมชุดสืบสวนในพื้นที่ตามแกะรอยคนร้ายอย่างจริงจัง
ระดับนายพลใหญ่ลงกันเต็มพื้นที่ จึงพบปมประเด็นค่อนข้างชัดและรวดเร็ว
เชื่อว่ามาจากแก๊งคนยาเสพติดตามแนวชายแดน ซึ่งเคืองแค้นที่ยาเสพติดล็อตใหญ่ ถูกตำรวจไทยจับกุมได้หลายหน!
โดยเป็นไปได้มากที่คนร้ายคงสงสัยว่ากำนันม้ง อาจจะมีส่วนในการส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ จึงนำมาสู่การสั่งยิง
ขณะที่การติดตามทีมคนร้ายที่ใช้อาวุธสงครามนั้น พอจะมีเบาะแสแล้วว่า อาจจะเป็นคนมีสีบางหน่วยที่ไปพัวพันกับแก๊งมาเฟียข้ามแดน
ถ้าเป็นไปตามนี้ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก
ทั้งแก๊งยาเสพติดข้ามแดน ทั้งคนมีสีที่รับจ้าง
แต่เชื่อว่าเมื่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ส่งทีมนายพลลงมาไล่ล่าเอง คนร้ายแก๊งนี้คงหนีไม่พ้นมือตำรวจไปได้
ขณะเดียวกันน่าสนใจว่า ตำรวจยุคนี้มีผลงานกวาดล้างยาเสพติดรายใหญ่ได้อย่างถี่ยิบ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ รุดไปตรวจจับ และแถลงข่าวผลงานจับกุมรายใหญ่ๆ อยู่ เสมอๆ
แต่ในแวดวงตำรวจเองก็รู้กันดีว่า ปัญหายาเสพติดของบ้านเราวันนี้ เข้าทำนองจับเท่าไรก็ไม่หมดเสียที
จับมากเท่าไร ก็เหมือนกับว่า แก๊งคนร้ายก็ผลิตมากเท่านั้น การสั่งซื้อสั่งขายก็มากเป็นเงาตามตัวไปด้วย
เป็นไปตามทฤษฎีที่ว่า การไล่จับยาเสพติด เหมือนการแก้ปัญหาที่ปลายทาง!?!
แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ในท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง มีการนำเรื่องนโยบายสงครามยาเสพติด มาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองอยู่บ่อยๆ
ส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่พลอยถูกจำกัดไปด้วย
คนร้ายส่งของกันอย่างไร ถ้าสืบสวนได้ก็จับกุมไปตามนั้น
โดยนโยบายการปราบยาเสพติดในช่วงหลัง ระดับรัฐบาลไม่มีสัญญาณในเชิงรุก
เข้าทำนองมาไล่จับกันที่ปลายทาง
แม้จะจับกันได้มากมายมหาศาล แต่สถานการณ์ยาเสพติดก็ยังน่าเป็นห่วง!