“วงค์ ตาวัน”
ตราบใดที่รัฐบาลคสช. ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะเลือกตั้งกันเมื่อไรและจะไม่เลื่อนอีก ตราบนั้นก็จะเป็นเงื่อนไขให้เกิดกิจกรรมการเคลื่อนไหวต่างๆ อันแทงใจผู้มีอำนาจอยู่ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเกิดคำถามต่อมาว่า แล้วทำไมจึงยังไม่กล้ากำหนดวันเลือกตั้งเสียที
นายรังสิมันต์ โรม หนึ่งในแกนนำคนรุ่นใหม่ที่เรียกหาประชาธิปไตยในวันนี้ พูดถึงสาเหตุที่คสช.ยังบอกไม่ได้เสียที
เพราะการเลือกตั้งนั้น จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคสช.มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.เสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ต่อไป เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนต่อไป
โดยตอนนี้มีส.ว.ในมือแล้ว 250 คน ขาดส.ส.อีก 125 คนก็จัดตั้งรัฐบาลได้
จึงไม่แปลกที่นายกรัฐมนตรีจะเดินสายดูดส.ส. เน้นกลุ่มขั้วอำนาจการเมืองเก่า ตระกูลดัง และพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อให้ได้ส.ส.ไม่น้อยกว่า 125 คน
นั่นคือมุมมองของแกนนำคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็ตรงกับความเห็นของคนส่วนใหญ่ในสังคม!
พูดง่ายๆ ว่า เพราะตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่า จะต้องยึดกุมอำนาจการเมืองต่อไปอีกหลังการเลือกตั้ง ก็เลยต้องจัดวางทุกอย่างให้ตรงกับเป้าหมายที่วางเอาไว้เสียก่อน
กระบวนการดูดก็ต้องได้ครบตามเป้าให้ได้ก่อน
อย่างที่เพิ่งไปบุรีรัมย์แล้วได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเครือข่ายเนวิน ก็คงจะทำให้ตัวเลขส.ส.เก่าในมือมีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจน
ถ้านับนิ้วแล้วมั่นใจได้ว่า เลือกตั้งแล้ว “คนนอก” ได้เป็น นายกฯแน่
ไปจนถึงได้เป็นนายกฯอย่างเดียวยังไม่พอ เสียงส.ส.ในสภาต้องรับประกันว่าจะอยู่ได้ยาวนานอีกด้วย
ครบตามจำนวนนี้เมื่อไร ก็คงประกาศวันเลือกตั้งได้แน่นอนเสียที!
แต่ก็อีกนั่นแหละ เห็นความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย เห็นทักษิณกับยิ่งลักษณ์บินมาปักหลักอยู่ที่สิงคโปร์
สร้างบรรยากาศคึกคักให้กับสมาชิกเพื่อไทยอย่างมาก พร้อมคำประกาศจากพื้นที่ต่างๆว่า ไม่ยอมให้ใครมาดูดแน่ๆ
อย่างนี้แล้ว แปลว่าจำนวนส.ส.ของเพื่อไทยในการ เลือกตั้งหนนี้ จะยังเหนียวแน่นต่อไป ตัวเลขที่ประเมิน กันว่า 200 ขึ้น
คงทำให้คนนอก ต้องหนักใจไม่น้อย!
ขณะที่ประชาธิปัตย์ที่เริ่มซัดกันหนักกับรัฐบาลทหาร ลงเอยพรรคนี้จะมีจุดยืนเช่นไรหลังเลือกตั้ง ยังต้องจับตา ต่อไป
ทั้งหลายทั้งปวง ที่ยังกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้ก็อยู่ตรงนี้แหละ
แต่ถ้าถามประชาชน ที่รอคอยวันได้คืนอำนาจทางการเมืองกลับมาเสียที
หลังจากสูญเสียไปเพราะมีการชัตดาวน์เพื่อให้เข้าทางตัน เปิดทางให้รัฐประหาร จนประชาธิปไตยเสียหายยับเยิน
มองการเตรียมเลือกตั้งแบบนี้ แล้วรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นดูแคลนกันมากหรือไม่!?