ชกไม่มีมุม : ลอบคุกคามทำร้ายทั้งที่ยังอยู่ในยุคคสช.

วงค์ ตาวัน

ลอบคุกคามทำร้ายทั้งที่ยังอยู่ในยุคคสช. : ระยะนี้มีเหตุการณ์ลอบทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางสังคมเกิดขึ้นถี่ยิบ รายล่าสุดคือ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ที่รู้จักกันดี ขณะที่ก่อนหน้านี้นายเอกชัย หงส์กังวาน โดนลอบทำร้ายรุมชกต่อยทุบตี ไปจนถึงลอบเผารถ รวมแล้วถึง 9 ครั้ง

ไม่เท่านั้นยังมีการข่มขู่คุกคาม นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน โดยมีหลักฐานเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่แค่เลื่อนลอย สามารถแจ้งความเป็นคดีที่โรงพักได้

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงบรรยากาศบ้านเมือง ที่ดูแล้วมืดมัวอึมครึม

ที่สำคัญไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลคสช. ซึ่งวันนี้ยังมีอำนาจหน้าที่เต็มเปี่ยมในการบริหารบ้านเมือง

เพราะคำถามง่ายๆก็คือ จะมีใครหน้าไหน ที่กล้าจัดทีมชายฉกรรจ์ไปไล่ทุบตีคนอย่างเอิกเกริกตามริม ถนนได้

ในยุคที่รัฐบาลยังมาจากผู้นำทหาร และมีอำนาจเต็มของคสช. มีม.44 อยู่ในมือ!?!

ที่สำคัญไม่ควรอ้างว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อใส่ร้ายรัฐบาล

เพราะกรณีนายเอกชัยโดนตีจนเลือดสาด แขนหักแขนห้อยขนาดนั้น

กรณีจ่านิวก็โดนจนน่วม

ส่วนกรณีเพนกวิน มีการส่งข้อความระบุบ้านพัก จำนวนผู้พักอาศัยในบ้านเสร็จสรรพ

อีกทั้งจะโดนหนักโดนเบาก็ตาม ขึ้นชื่อว่าข่มขู่คุกคามแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจ ความรู้สึกหวาดผวาได้

ซึ่งเป็นเจตนาสำคัญของผู้สั่งการนั่นเอง!

เพียงแต่คนที่ถูกกระทำทั้ง 3 ราย เป็นนักต่อสู้ที่ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมายหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

จิตใจจึงแข็งแกร่ง

ทำแล้วเขาก็ไม่หวาดกลัว เลยต้องทำซ้ำ และเพิ่มไปยังรายอื่นๆ

แต่ด้วยเหยื่อที่ถูกกระทำไม่รู้สึกหวาดกลัวแล้ว ยังทำให้ผู้คนทั้งสังคม องค์กรต่างๆ ต้องหันมาสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองเรา

เหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดหนักหน่วงในช่วงบ้านเมืองเกิดวิกฤต เช่น ก่อน 6 ตุลาคม 2519

เป็นยุคขวาพิฆาตซ้าย มีการใช้กองกำลังอันธพาลที่จัดตั้งขึ้นมา เพื่อคุกคามฝ่ายนิสิตนักศึกษาประชาชน

หรือในช่วงเมื่อ 30 ปีก่อน ยุคที่รัฐบาลมีความแนบแน่นกับผู้ถืออาวุธ ก็จะมีการใช้อำนาจรุนแรงควบคุมสังคมให้อยู่หมัด

ขณะที่การเมืองไทยวันนี้ กำลังจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ควรจะเข้าสู่การผ่อนคลาย

ถัดจากนี้ไป ไม่ควรจะให้เกิดบรรยากาศอันเลวร้ายเช่นนี้อีก!

คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน