ใกล้จะถึงวันที่ 10 เมษายน หนึ่งในวันประวัติศาสตร์การเมืองไทย วันเริ่มต้นของเหตุการณ์ 99 ศพในปี 2553 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนที่นองเลือดที่สุด มีประชาชนเสียชีวิตมากที่สุด มากกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, 6 ตุลาคม 2519 หรือพฤษภาทมิฬ 2535
10 เมษายน 2553 เริ่มต้นการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่ทหาร มีผู้เสียชีวิตทันทีในคืนนั้น 25 ศพ เป็นประชาชน 20 ราย เจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย
แต่แทนที่รัฐบาลจะยุติสถานการณ์ทุกอย่าง
กลับยังเดินหน้าต่อไป จนมีการนองเลือดต่อเนื่องไปจนถึง 19 พฤษภาคม 2553 เป็นเวลากว่าเดือน จนสุดท้ายมีคนตายถึง 99 ศพ
ในทุกๆ ปี คนเสื้อแดงจะจัดชุมนุมรำลึกถึงผู้เสียชีวิต
ปีนี้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประกาศจัดรำลึกครบ 12 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน
แกนนำเสื้อแดงระบุว่า ผ่านมาแล้ว 12 ปีแต่ยังไม่มีความเป็นธรรม
ทั้งที่เป็นปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบ โยนแก๊สน้ำตาจากเฮลิคอปเตอร์ลงกลางกลุ่มผู้ชุมนุม ใช้กำลังต่อเนื่องถึงเวลากลางคืน อาวุธสงครามติดกล้องยิงระยะไกล
ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่รัฐใช้อาวุธแบบนี้กับประชาชนที่ชุมนุมมือเปล่ากลางเมืองหลวง โดยทุกศพประชาชนไม่มีอาวุธ ไม่มีคราบเขม่าดินปืน
หลังเหตุการณ์ทั้งแกนนำและประชาชนผู้ร่วมชุมนุมถูกจับกุมคุมขังดำเนินคดีหลายร้อยคน
แต่จำเลยที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรง ทั้งก่อการร้ายและชายชุดดำ ทุกคดียกฟ้อง หลายคดีถึงที่สุดในชั้นฎีกา!
ส่วนคดีฝ่ายรัฐถูกกล่าวหาว่ายิงประชาชนกลับพายเรือในอ่าง ทั้งที่มีการไต่สวนสาเหตุการตาย และศาลชี้เกือบ 20 รายว่า เสียชีวิตจากกระสุนปืนฝ่ายเจ้าหน้าที่
นั่นคือบทสรุปจากนายณัฐวุฒิ ที่เน้นย้ำว่าจะต้องรำลึกและเรียกร้องความยุติธรรมกันต่อไป
อันที่จริง ประเด็นการดำเนินคดีพิสูจน์ความจริง นี่แหละ ที่ชี้พิรุธของฝ่ายผู้มีอำนาจในเหตุการณ์นั้น ได้ชัดแจ้งที่สุด!
เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมด้วยกองทัพบกที่คุมปฏิบัติการยุคพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
มีแต่กล่าวหาว่าคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง มีชายชุดดำฆ่าคนแล้วป้ายสีใส่ทหารและรัฐบาล
แต่พอคดีจะต้องมาพิสูจน์กันในชั้นศาล
มีแต่ฝ่ายคนเสื้อแดงที่ถูกกล่าวหา ก่อการร้าย ชายชุดดำ ถูกส่งฟ้อง และต่อสู้ในศาลจนพ้นคดี
แต่ในทางกลับกัน ฝ่ายรัฐบาลกลับใช้ประเด็นทาง ข้อกฎหมาย จนทำให้คดีที่ฟ้องร้องกล่าวหาฝ่ายรัฐ ไม่สามารถนำเข้าสู่ศาลได้!??
เสมือนว่าฝ่ายผู้มีอำนาจนั่นเอง ที่ไม่กล้าไปพิสูจน์ความจริงในศาล
ความจริง 10 เมษายน จึงชัดเจนจนไม่กล้าพิสูจน์!!
วงค์ ตาวัน