“วงค์ ตาวัน”
น่าเห็นใจบรรดาผู้ที่ทุ่มโถมตัวเองเข้าร่วมเป่านกหวีด เพื่อไล่รัฐบาลนักการเมืองที่บอกว่าขี้โกงเลวร้าย โดยทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะ แม้กระทั่งทำให้ประชาธิปไตยต้องพังไปด้วย จนมาวันนี้เริ่มผิดหวังในรัฐบาลคสช. จนเริ่มหันมาตำหนิติเตียนต่างๆ นานา
แต่ก็น่าแปลกใจ ที่คนเหล่านี้ทำราวไม่รู้ว่า หากให้ทหารเข้ามาปกครองประเทศ อะไรจะเกิดขึ้น!
ทหารที่ได้รับการฝึกฝนในศึกสงคราม มีการตัดสินใจแบบดุดันเด็ดขาด ที่แน่ๆ อยู่ในระบบที่ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย
แล้วจะให้รัฐบาลทหารนี้หรือ เป็นผู้ดำเนินการปฏิรูปการเมืองให้งดงามเจริญก้าวหน้า
รัฐบาลทหารนี้หรือ จะเปิดกว้างด้านเสรีภาพในการคิด การพูด การนำเสนอปัญหา
อย่างกรณีดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ลาออกจากผอ.นิด้าโพล ด้วยเหตุผลเพื่อปกป้องเสรีภาพทางวิชาการ
ทั้งๆ ที่การเข้าร่วมเป่านกหวีด โดยไม่ยอมรับทางออกตามวิถีประชาธิปไตยที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เปิดเอาไว้ให้
พอเดินหน้าชัตดาวน์ต่อเพื่อไปสู่ทางตัน
เพื่อให้ทหารเข้ามาควบคุมการปกครอง
นั่นก็คือ การปิดฉากเสรีภาพในประเทศนี้อย่างสิ้นเชิง ทั้งเสรีภาพทางการเมือง เสรีภาพทางวิชาการ
แล้ววันนี้ดร.ผู้ร่วมเป่านกหวีด ประกาศต่อสู้เพื่อเสรีภาพทางวิชาการ
คนก็งงกันทั้งเมือง ว่าเอาอะไรมาคิด!?!
อีกทั้งก่อนหน้านี้มีนักวิชาการจำนวนมาก ในฟากที่ไม่เอาด้วยกับการรัฐประหาร โดนจำกัดเสรีภาพอย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด โดยที่ดร.อานนท์ไม่เคยรู้สึกอะไร
จนมาเรื่องที่กระทบกับตัวเอง ก็เลยลุกขึ้นสู้ แต่ก็สู้แบบยังรักการรัฐประหารและรัฐบาลคสช.ไม่จืดจาง
เป็นเรื่องที่เข้าใจยากจริงๆ
ความที่เอาจุดยืนของฝ่ายอนุรักษนิยมทางการเมือง เข้ามากำหนด เลยทำให้ผู้ที่เข้าร่วมเป่านกหวีดส่วนมาก มองปัญหาการเมืองโดยมุ่งไปที่ตัวบุคคลมากกว่าระบบ
เกลียดทักษิณ ต้องจัดการขุดโค่น แม้ต้องล้มประชาธิปไตยทั้งระบบก็ไม่สนใจ เชื่อในอัศวินม้าขาวจะเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยไม่สนใจว่าจะต้องเข้าสู่ระบบที่ไม่มีประชาธิปไตย
ทั้งที่นั่นคือ ทำให้สูญเสียเสรีภาพทุกด้านของคนทั้งประเทศ และทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งหมดสิ้นสูญ
ความปรารถนาของคนเป่านกหวีด ได้สร้างปัญหาทางการเมืองและประชาธิปไตยทั้งระบบ
เป็นประเด็นที่ยากจะยอมรับได้
แถมที่เอาจริงเอาจังกับบิ๊กป้อมในวันนี้ สำหรับคนที่ร่วมกันล้มประชาธิปไตย ก็เพียงแค่จะปกป้องบิ๊กตู่และรักษาระบบรัฐประหารเอาไว้
ก็แค่เรื่องของคนกันเอง!