เก้าอี้ประธานสภา จะต้องมีข้อสรุปข้อตกลงเป็นการภายในระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยได้แล้ว เพราะวันเวลาการโหวตแต่งตั้งท่านประธานที่เคารพ คือ วันที่ 4 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งก็อีกไม่นานนัก ดังนั้น พรรคอันดับ 1 กับพรรคอันดับ 2 ต้องมีข้อยุติในเรื่องนี้ให้เป็นมติอย่างชัดเจน
เพราะถึงเวลาโหวต ถ้ายังไม่ลงตัว รับรองได้ว่าขั้วอำนาจเดิมจะต้องเข้ามาแทรก เสนอชื่อคนของเพื่อไทยให้ได้ปั่นป่วนกันแน่!
ขณะเดียวกัน ถ้าตำแหน่งประธานสภา สามารถตกลงกันได้แบบไม่มีอะไรติดข้องหมองใจ ระหว่าง 2 พรรค
จะส่งผลให้การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลหนักแน่นมั่นคงมากขึ้น ภายใต้สูตร 8 พรรค 312 เสียง
เพื่อร่วมกันฝ่าด่านที่สำคัญอย่างยิ่งยวด นั่นคือ การโหวตนายกรัฐมนตรีในกลางเดือนกรกฎาคม
8 พรรคจะดันชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งจะต้องเผชิญกับเสียง 250 ส.ว. ที่ส่วนใหญ่ยังคงไม่ยอมให้ผ่าน!!
นั่นก็คงจะต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือด อาจจะต้องโหวตกันหลายรอบ ประชุมกันหลายหน
ยกเว้นเกิดประเด็นสอดแทรกเข้ามาก่อน นั่นคือ คดีหุ้นสื่อ
ว่ากันว่า มีกลุ่มส.ว.เริ่มใจร้อน อยากเร่งคดีหุ้นสื่อเพื่อจัดการกับพิธา ให้รู้ดำรู้แดง โดยไม่ต้องรอให้มาถึงวันโหวตแต่งตั้งนายกฯ!?
รอขั้นตอนของกกต. ที่จะใช้มาตรา 151 กระบวนคดีอาญา ดูท่าจะชักช้า อาจจะใช้ช่อง มาตรา 82 รัฐธรรมนูญให้รวดเร็วกันไปเลย
เป็นประเด็นสอดแทรกที่จะต้องจับตากันต่อไป!
แต่อย่างที่บอก ถ้า 8 พรรคยังสามัคคีกันดีไม่แปรเปลี่ยน
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สูตรรัฐบาลก็ยังไม่พลิก ไม่มีช่องให้พรรคลุงๆ ฟื้นคืนชีพได้
อย่างมากที่สุด ก็แค่เปลี่ยนนายกฯ เป็นคนของพรรคเพื่อไทย
ดังที่รับรู้กันในวงกว้างการเมืองวันนี้ และทุกฝ่ายก็ยอมรับกันได้ นั่นคือ ถ้าไม่ใช่พิธา ก็ต้องเป็นเศรษฐา ไม่มีส้มหล่นไปถึงมือลุงเป็นอันขาด!!
แต่แน่นอน วันนี้ทั้ง 8 พรรคก็ยังเดินหน้าสนับสนุนพิธาเป็นนายกฯ ไม่มีแตกขั้ว
แม้ว่าเบื้องหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามกระทั่งกับระเบิด ก็จะต้องผนึกกันเดินหน้าฝ่าไปให้ได้
ไปให้ถึงที่สุด ถ้าพิธาไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเป็นเศรษฐา ทวีสิน
ดังนั้นเบื้องแรก หวังว่าการตกลงเรื่องประธานสภาจะเรียบร้อยลงตัว ไม่ติดใจอะไรกันอีก เพื่อให้บรรยากาศการเดินหน้าตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีใครแอบมาสอดแทรกได้
มีเหมือนกัน บางคนแอบมองสถานการณ์เบื้องหน้า แล้วเสนอสูตรจัดสรรที่ลงตัวที่สุด
พรรคหนึ่งเป็นประธานสภา อีกพรรคก็เป็นนายกฯ อะไรทำนองนั้น!?!
วงค์ ตาวัน