ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน
ในส่วนของตำรวจ ซึ่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำทีมแถลงข่าวตามนัดหมาย 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ว่าด้านหนึ่งจะไม่ลงรายละเอียดให้ประชาชนคนดูได้รับรู้อย่างจุใจ ทำเอาแฟนๆ ที่ติดตามข่าวบ่นกันพึมว่าไม่เห็นเปิดละเอียดทุกขุมขนเลย
แต่ในแง่ของผู้รอบรู้ทางกฎหมายมองกันว่า ตำรวจควรจะระมัดระวังการให้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับรูปคดี ดังที่ผบ.ตร.แถลงในวันดังกล่าว ต้องแบบนี้แหละ
ก่อนหน้านี้ ในคดีอื่นๆ บางคดี นายตำรวจบางนายให้ข่าวแบบหมดไส้หมดพุง เหมือนการเอาสำนวนมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
ทำให้เกิดช่องโหว่ในกระบวนการดำเนินคดี โดยเฉพาะเมื่อขึ้นชั้นศาล
ถ้าเป็นตำรวจที่มีประสบการณ์ทำงานมาจริง เคยสืบจับผู้กระทำผิด แล้วต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ต้องร่วมทำสำนวนเพื่อส่งคดีไปยังศาล
จะรู้ดีว่า เป็นงานยากขนาดไหน ต้องเปิดแค่ไหน อะไรที่ไม่ควรเปิด
ไม่เช่นนั้นทนายฝ่ายจำเลยคงนั่งยิ้มร่า สามารถนำเอาไปใช้ในการหักล้างคดีได้อย่างง่ายดาย!
มีบางยุคสมัย ระดับผบ.ตร. ไม่เคยทำคดี ไม่เคยสืบสวนสอบสวน แต่มีความสามารถในการจดจำรายละเอียดคดีที่ทีมสืบสวนสอบสวนรายงานขึ้นมา
แล้วก็ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่างเมามัน เพื่ออวดว่ารู้หมด
หารู้ไม่ว่าชุดทำคดีและพนักงานสอบสวนที่จะต้องนำสำนวนขึ้นศาล ต้องนั่งกุมขมับไปตามๆ กัน
ดังนั้นในคดีใหญ่ๆ ที่ฝ่ายผู้กระทำผิดต้องตั้งหลักสู้ยิบตา จึงจำเป็นที่ตำรวจต้องรัดกุมอย่างมากในการให้สัมภาษณ์เปิดเผยกับสื่อ
พูดเท่าที่จำเป็นจริงๆ!!
ส่วนรายละเอียดลึกๆ ในสำนวนคดี เป็นเรื่องความสามารถของนักข่าว ที่จะไปควานหามานำเสนอต่อประชาชนเอาเอง
โดยผู้คนในสังคมจะได้รับรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของเหตุการณ์ใหญ่ๆ ได้ ผ่านการนำเสนอของสื่อมวลชน
แต่เมื่อไม่เป็นทางการ ก็ไม่ช่วยให้ฝ่ายจำเลย หรือทนายจำเลย สามารถนำไปอ้างอิงเพื่อหักล้างคดีได้
ต่างกับคำให้สัมภาษณ์ที่ผ่านจากปากของนายตำรวจผู้ใหญ่
เช่นนี้แล้ว คงเข้าใจได้ว่า ทำไมการแถลงของผบ.ตร.เรื่องลอตเตอรี่ 30 ล้าน จึงรัดกุมอย่างมาก
แต่อย่างน้อยมีบทสรุปยืนยันได้ว่า ความชอบธรรมในกรรมสิทธิ์ลอตเตอรี่ 30 ล้านนี้ อยู่กับหมวดจรูญ
ส่วนครูปรีชากับเจ๊บ้าบิ่น ต้องตกเป็นผู้ต้องหา ฐานแจ้งความเท็จ ให้การเท็จ สร้างเรื่องทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย
ความจริงของคดีที่อลหม่านมา 4 เดือนเต็ม มีบทสรุปที่ชัดเจนจากตำรวจออกมาแล้ว
ทีนี้คงเข้าใจกันมากขึ้นแล้วว่า
ที่ผบ.ตร.บอกใบ้เอาไว้ว่าคล้ายคดีครูจอมทรัพย์เป็นเช่นไร!?