“วงค์ ตาวัน”
เอาตามคำประกาศล่าสุดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. เท่ากับว่า ประเทศไทย จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
แม้จะมีคนจำนวนไม่น้อยตั้งแง่ว่า ประกาศแล้วก็เลื่อนมาแล้วหลายหน ยังไม่อยากปักใจเชื่อก็ตาม
แต่คนที่เห็นความจำเป็นของการเลือกตั้ง มองเห็นว่าจะเป็นการคลี่คลายบรรยากาศในบ้านเมือง ย่อมตั้งความหวังให้เป็นไปตามคำสัญญานี้
อีกทั้งเป็นคำประกาศ ที่ไม่แค่คนไทยส่วนใหญ่เท่านั้นที่ให้ความสำคัญ แต่ทั่วโลกที่ต้องกำหนดท่าทีต่อ ประเทศ ที่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ล้วนจดจ่อรอฟัง
ที่เลื่อนมานั้น ก็หลายหนเกินพอแล้ว คงจะไม่เสียคำพูดของตัวเองง่ายๆ อีกกระมัง
ขณะเดียวกันผลที่ตามมาทันที เมื่อคสช.พูดถึงวันเลือกตั้งที่แน่ชัดก็คือ ตลาดหุ้นตัวเลขเศรษฐกิจ ขยับในทางที่ดี
แค่ทั้งสังคมเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ก็รู้สึกคลี่คลาย มองเห็นอนาคต!
แม้กฎกติกาที่เขียนเอาไว้ ทำให้การกลับสู่ประชาธิปไตย ไม่เต็มใบ แค่ครึ่งใบ แค่เสี้ยวใบ
นายกฯ แทบจะล็อกหวยเอาไว้แล้วว่า คงมาจากคนนอก
แต่อย่างน้อยเราก็จะได้เห็นสภาผู้แทนฯ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ผู้มีอำนาจสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้
คงได้อภิปรายในปัญหาบ้านเมือง ด้วยคนหลากหลายความคิด มีข้อเสนอใหม่ๆ ที่น่าสนใจในทางก้าวหน้า
ระบบการตรวจสอบรัฐบาลผ่านสภา จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะไม่ใช่ระบบปิดอำนาจอยู่แค่คนกลุ่มเดียวอีกต่อไป
นายกฯ คนนอก ถ้ารับมือได้กับมุมมองที่แตกต่าง ส.ส. ต่างพรรคต่างจุดยืน ก็สง่างาม
แต่ถ้าไม่ไหว ก็ยุบสภา เปิดให้เลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้กลับไปตัดสินใจ กันอีกหน!
ทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมและเรียนรู้ทางการเมืองมากขึ้น อันเป็นทิศทางที่ดี
เป็นไปดังที่มีผู้กล่าวว่า การเลือกตั้งไม่ใช่ความต้องการของนักการเมือง แต่เป็นอนาคตของประเทศชาติ
ความเสรี เปิดกว้าง คือ หนทางแห่งการพัฒนา!
อีกเพียงแค่ 11-12 เดือน ประชาธิปไตยปกติจะกลับมา
ตอนนี้กลไกราชการเองก็เริ่มผ่อนคลาย ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเป็นกลาง
ไม่ต้องห่วงกังวลกับอำนาจฝ่ายไหน
แค่มีประกาศคำสัญญา ไม่ต้องมาหงุดหงิดว่าจะอะไร กันนักหนา
มีแต่อะไรจะดีขึ้นหนักหนาขนาดนี้!