หลังจากมีครม.เศรษฐา1/1 หรือภายหลังการปรับครม. เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในท่ามกลางข้อวิเคราะห์ทำนองว่า เกิดความแตกแยกร้าวลึก ทั้งภายในพรรคเพื่อไทยและในพรรคร่วมรัฐบาล

มีนักวิเคราะห์บางรายชี้ว่ารัฐบาลเศรษฐา คงอายุไม่ยืนยาวแน่

บ้างก็ว่าอาจจะต้องยุบสภา บ้างไปไกลถึงกับแตกตื่นว่าจะเกิดรัฐประหารล้มรัฐบาล!?

ได้ยินข้อวิเคราะห์เหล่านี้ ก็เฝ้าติดตามอย่างจดจ่อ ลุ้นระทึกว่า รัฐบาลเศรษฐาจะพังแล้วหรือ จะยุบสภาแล้วหรือ จะเกิดรัฐประหารแล้วหรือ

หลังผ่านมา 2 สัปดาห์ เริ่มพบว่า ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นระทึกขวัญ

ไม่เห็นร่องรอยแตกแยก ไม่เห็นแนวโน้มจะไปไม่รอด อะไรเลย!!

ถ้าเป็นคนอารมณ์ซาดิสต์ ก็คงจะผิดหวังเป็นอย่างมาก ที่ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น หลังการปรับครม.

ไม่ว่าจะเป็นกรณีการลาออกของนายปานปรีย์ พหิทธานุกร จากรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งน่าจะเขย่ารัฐบาลเศรษฐาได้

แต่เมื่อเร่งนายกฯ เศรษฐาเสนอชื่อรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ และได้รับโปรดเกล้าฯ

จากนั้นครม.ใหม่ก็เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเริ่มทำงานใหม่ได้รวดเร็วทันที

ผลกระทบดังกล่าว ก็เงียบสนิท!!

เท่านั้นไม่พอ จากนั้นยังมีการลาออกของนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ จากรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลัง แถมร่ายจดหมายฉะรัฐมนตรีว่าการคนใหม่เต็มๆ

แต่ลงเอยก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ เพราะส่วนหนึ่งเป็นปัญหาในพรรครวมไทยสร้างชาติเอง

เนื่องจากนายกฤษฎา มาในโควตาของรวมไทยสร้างชาติ

ต่อมาความจริงคลี่คลายว่า ในโผปรับครม.นั้น เดิมทีจะมีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นรมช.กลาโหม ในโควค้ารวมไทยสร้างชาติ และชื่อกฤษฎา หลุดไปแล้ว!

ฝ่ายเพื่อไทยก็ส่งนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล มือทำงานดิจิทัลวอลเล็ต มาเป็นรมช.คลัง แทนแล้ว

แต่เมื่อโผกลาโหมพลิกอีกรอบ พล.อ.ณัฐพล ยังเป็นเลขาฯ รมว.กลาโหมดังเดิม

ขณะที่กระทรวงการคลังก็มีรมช.ครบแล้ว 2 คน

เมื่อรวมไทยสร้างชาติไม่เปลี่ยนกระทรวง ทำให้นายกฤษฎากลับมาเป็นรมช.คลัง แบบเก้าอี้เกิน จึงเกิดปัญหาในการแบ่งงานและน้อยใจลาออกไปในที่สุด!

ดูเหมือนจะวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้มาจากปัญหาความขัดแย้งแตกแยก ทั้งภายในเพื่อไทยและภายในพรรคร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด

สำหรับคนชอบความรุนแรง ก็เลยผิดหวัง ไม่ได้เห็นรัฐบาลนี้แตกร้าวจนไปไม่รอด!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน