เพราะปัญหาขัดแย้งรุนแรงภายในพรรคพลังประชารัฐ เกิดการแตกขั้วเป็น 2 ฟาก ระหว่างขั้วพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค กับขั้วร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ส่งผลต่อการเข้าร่วมรัฐบาล ร่วมครม.นายกฯ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร
การฟอร์มคณะรัฐมนตรีของอุ๊งอิ๊งก็เลยยุ่งเหยิง ด้วยมีรายชื่อผู้เป็นรัฐมนตรีของพปชร. ส่งมาคนละชุดจาก 2 ขั้ว!?
ทางออกจึงมีทั้ง กลับมาจูบปากกันใหม่ แล้วหา ข้อสรุปรายชื่อรัฐมนตรีร่วมกันในนามพปชร.
หรือคุยกันไม่ได้ ทำให้เพื่อไทยต้องเลือกพปชร. เพียงขั้วเดียว ซึ่งมีแนวโน้มจะเลือกขั้วธรรมนัสมากกว่า เพราะรู้ใจกันมากกว่า
ที่สำคัญจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งนี้ มาจากกระแสข่าวที่ว่าผู้นำจิตวิญญาณของเพื่อไทย ต้องการ ตัดชื่อบางคนออกจากบัญชีรัฐมนตรีพลังประชารัฐ
โดยเชื่อมโยงมาจากคำพูดที่เคยกล่าวถึง“คนแถวบ้านในป่า”ว่าอยู่เบื้องหลังความวุ่นวาย!!
ทั้งนี้ในเพื่อไทยเชื่อว่า เบื้องหลัง 40 สว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็มาจากคนแถวนี้แหละ
เลยเป็นเหตุให้ผู้นำเพื่อไทยมีท่าทีแข็งกร้าวกับคนบ้านป่า ลุกลามมาถึงการเข้าร่วมครม.ของพปชร. ที่แตกหักกันเองภายใน
ถ้าสุดท้ายเพื่อไทยตัดสินใจไม่เอาบ้านป่า เลือกขั้วธรรมนัสขั้วเดียว ก็จะได้สส.เข้ามาร่วม 20-30 เสียง
สถานการณ์เป็นเช่นนี้ จึงทำให้เป็นโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์
ประชาธิปัตย์ มี 25 เสียง แต่ก็มี 2 ขั้ว ดังนั้นน่าจะมาร่วมรัฐบาล 21 เสียง!
เอาเป็นว่า ถ้าพปชร.มาขั้วเดียว ก็ต้องมีประชาธิปัตย์เข้ามาเสริม
แม้ว่าประชาธิปัตย์ก็คงมาขั้วเดียว แต่เป็นขั้วใหญ่กว่า
ขั้วเฉลิมชัย ศรีอ่อน-เดชอิศม์ ขาวทอง มี 21 สส.
แถมมีมิตรไมตรีกับเพื่อไทยมาตั้งแต่ตอนยกมือโหวตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แล้ว
ตอนนี้ก็เตรียมพร้อม เริ่มวอร์มได้แล้ว
อาจจะต้องเข้ามาร่วมเสริม โดยเมื่อรวมกับขั้วธรรมนัส ก็น่าจะมีสส.ส่วนนี้ราว 50 เสียง ทำให้รัฐบาลอุ๊งอิ๊งมีเสียงในสภา เพิ่มมากขึ้นจากเดิม 314 เสียง
ดูแล้วโอกาสที่ประชาธิปัตย์จะได้เข้าร่วมรัฐบาลหนนี้มีมากจริงๆ
ส่วนมาร่วมรัฐบาลแล้ว กระแสของคนภาคใต้ ฐานเสียงของประชาธิปัตย์จะว่าอย่างไร น่าสนใจติดตาม!?!
แต่ก็อย่างว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว
ตอนที่ไปร่วมกับรัฐบาลลุงตู่ ลงเอยผลการเลือกตั้งหลังจากนั้นก็ได้สส.ลดน้อยลงไปมิใช่หรือ!?
วงค์ ตาวัน