เป็นการเดินทางเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งแรก และทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือก.ตร.เป็นนัดแรก ของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร แต่เป็นวาระสำคัญ คือ การเลือกผู้มาทำหน้าที่ผบ.ตร.คนใหม่ เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม
ผลการประชุมเป็นไปอย่างลุล่วง โดยนายกฯ เสนอชื่อพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ขึ้นเป็นผบ.ตร. แล้วที่ประชุมมีมติอย่างป็นเอกฉันท์
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐหรือบิ๊กต่าย ผงาดเป็นผบ.ตร.คนที่ 15 ในยุคนายกฯ หญิงแพทองธาร!!
ที่น่าสนใจ ประโยคแรกที่อุ๊งอิ๊งเอ่ยขึ้นมา เมื่อย่างก้าวเข้ามายังอาณาจักรสีกากีคือ ภูมิใจที่เป็นลูกหลานตำรวจ
เป็นการยืนยันว่า มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับชาวตำรวจอย่างไม่ธรรมดา
ผ่านพล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตผู้ช่วยอ.ตร.และผบช.สอบสวนกลาง ผู้เป็นคุณตา และทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ
2 ชื่อนี้ ช่วยเพิ่มรัศมีให้กับนายกฯ แพทองธารได้อย่างแผ่กว้างไปทั่ววงการตำรวจ
แถมการทำหน้าที่หนแรก ในฐานะประธานก.ตร. สามารถตั้งผบ.ตร.ได้อย่างราบรื่น มีแนวโน้มที่จะไปต่อได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม นายกฯ อุ๊งอิ๊งมีภารกิจเกี่ยวข้องกับวงการตำรวจ เป็นเฉพาะส่วนเท่านั้น!
เฉพาะในฐานะประธานก.ตร. ดูแลการแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ
ส่วนภารกิจตำรวจโดยรวมอื่นๆ มอบให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ดูแล
เอาเป็นว่า การบริหารงานตำรวจของรัฐบาลนี้ เริ่มต้นอย่างเต็มตัวแล้ว
โดยเริ่มจากการตั้งบิ๊กต่ายขึ้นเป็นผู้นำองค์กรสีกากีคนใหม่
ทั้งนี้ผบ.ตร.คนใหม่ มีอายุราชการถึงปี 2569 มีเวลาบริหารงานแบบพอเหมาะพอดี คือ 2 ปี ไม่สั้น ไม่ยาวมากไป
เวลา 2 ปี น่าจะพอประคองตัวจากมรสุมต่างๆ โดยเฉพาะจากคลื่นใต้น้ำภายใน ไม่ต้องป้องกันตำแหน่งในช่วงเวลาที่ยาวนานนัก!!
ที่สำคัญบิ๊กต่าย ได้เรียนรู้วิชาการทำหน้าที่ผบ.ตร.มาแล้วก่อนหน้านี้ โดยอยู่ในทีมงานของพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีตผบ.ตร.คนที่ 12
เป็นศิษย์เอกของบิ๊กปั๊ด คงซึมซับการทำหน้าที่ผู้นำตำรวจมาเป็นอย่างดี!
งานใหญ่เบื้องหน้าผบ.ตร.คนใหม่ คงต้องเร่งกอบกู้ความเชื่อถือของวงการตำรวจกลับคืนมา
เป็นรู้กันดีว่า ความขัดแย้งระหว่างบิ๊กๆ ก่อนหน้านี้ มีการสาวไส้กันจนภาพรวมของตำรวจเละเป็นโจ๊กไปหมด
ต้องเร่งผลักดันตำรวจให้ดูแลรับใช้ประชาชน ฟื้นศรัทธาคืนมา สร้างบรรยากาศความสามัคคี
หันหน้ามาช่วยกันทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติให้กับราษฎรอย่างเต็มกำลัง!!
วงค์ ตาวัน