มีคำประกาศจากรัฐบาล ทั้งโดยนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ไปจนถึงรองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำว่าจะต้องปราบปรามยาเสพติดให้ได้ผลอย่างจริง ยาบ้าจะต้องหายไปภายในปีนี้
รวมทั้งอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเดินสายทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหาเสียง ในสนามเลือกตั้งนายกอบจ.ให้พรรคเพื่อไทย ก็ประกาศต่อมวลชนในพื้นที่ต่างๆ ว่า จะต้องปราบปรามยาบ้าให้หมดสิ้นในปีนี้
เรื่องยาบ้า ยาเสพติด เป็นภัยใหญ่ของสังคมไทยในยุคนี้ ตีคู่มากับภัยมิจฉาชีพออนไลน์
โดยยาบ้าอยู่มายาวนาน คุกคามคนไทยอย่างไม่ลดระดับ
แต่แน่นอน การที่อดีตนายกฯ ทักษิณหยิบเรื่องนี้มาพูด การที่พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำเรื่องนี้ เพราะในยุคที่ทักษิณเคยประกาศสงครามยาเสพติดอย่างดุเดือด ในปี 2546
ผลที่เกิดขึ้นมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งมีคนตายเพราะฆ่าตัดตอนนับพันศพ ดูรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่อีกด้านยาบ้าแทบหมดสิ้น กลายเป็นคะแนนนิยม!?!
ดังนั้นการที่รัฐบาลแพทองธารจะเร่งปราบยาบ้าให้เป็นศูนย์ นอกจากรู้ดีว่าเป็นภัยร้ายที่หากทำได้จริง ชาวบ้านคงชื่นชม
อีกด้าน เป็นการเอาความสำเร็จเดิมที่เคยทำให้ยาบ้าแทบสูญสิ้นในยุคทักษิณ มาเป็นเครดิตให้เชื่อมั่นว่าจะทำได้แน่นอน
ก็ต้องดูกันต่อไปว่า ยุคนี้จะทำได้จริงไหม ตอกย้ำยี่ห้อทักษิณ รับประกันคุณภาพในการกวาดล้างยาเสพติดได้จริงหรือไม่!?
แต่แน่นอนว่า จะทำเหมือนปี 2546 คงไม่ได้แล้ว
ยุคนี้จะเปิดสงครามยาเสพติด มีคนโดนฆ่าตัดตอนมากมาย คงโดนค้านแหลกแน่ สังคมเปลี่ยนไปมากแล้ว!
การกวาดล้างยาบ้าในยุคนี้ คงต้องใช้มาตรการกระบวนการยุติธรรมอย่างเข้มข้น ไม่มีรุนแรงนอกลู่นอกทาง
เพิ่มขีดขั้นการสืบสวนจับกุม สืบสาวถึงตัวการแล้วยึดทรัพย์ ไม่ให้มีทุนทำต่อไปอีก
ต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาแกะรอยแก๊งยาเสพติด
รวมทั้งล่าสุดได้เห็นการขยับของกองทัพ เข้ามาร่วมทำงานควบคู่กับตำรวจและป.ป.ส. ก็น่าสนใจ!
โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม มอบหมายให้หน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยเข้าร่วมภารกิจนี้
ต้องใช้กลไกทุกส่วน ทหารเน้นสกัดกั้นทุกแนวชายแดน จัดการกับคาราวานขนยา
ส่วนที่เข้ามาในเมือง ก็ต้องให้ตำรวจและป.ป.ส.สืบสวนจับกุม และขยายผลเพื่อยึดทรัพย์ตัวการใหญ่ นายทุนใหญ่
ที่สำคัญแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน คงต้องรอดูนายทักษิณ ในฐานะที่ปรึกษาของประธานอาเซียน
จะหยุดสงครามพม่าได้หรือไม่ ซึ่งมีผลถึงการหยุดโรงผลิตยาบ้าไปพร้อมกันด้วย
แถมมีกองกำลังบางกลุ่ม ยิ่งรบก็ยิ่งปั๊มยาเพื่อหาทุน!
วงค์ ตาวัน