จากคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หยุดปฏิบัติหน้าที่รมว.ยุติธรรมเฉพาะในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรองประธานกรรมการคดีพิเศษ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดีที่กลุ่มสว.ยื่นร้องว่า มติของคณะกรรมการคดีพิเศษ ที่ให้ดีเอสไอทำคดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษนั้น เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของกกต. รวมทั้งใช้ดีเอสไอเป็นเครื่องมือแทรกแซงการเลือกสว.
คำตอบจากพ.ต.อ.ทวี หลังศาลมีคำสั่งดังกล่าวคือ มองคำสั่งเป็นผลบวก ทำให้เกิดความชัดเจนว่ารัฐมนตรีไม่ได้แทรกแซงการทำคดีของดีเอสไอ และที่ผ่านมาดีเอสไอก็ทำคดีอย่างเป็นอิสระมาตลอด เป็นไปตามพยานหลักฐาน!
อันที่จริง คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีกระทบอะไรกับคดีฮั้วสว.ที่กำลังเดินหน้า
การห้ามพ.ต.อ.ทวีเข้าไปดูแลดีเอสไอเป็นการชั่วคราว ฝ่ายพ.ต.อ.ทวีก็มองว่าเป็นผลบวก เพราะรัฐมนตรีไม่ยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของดีเอสไออยู่แล้ว
คดีฮั้วสว.เดินหน้าไปได้ด้วยดี ทั้งในส่วนที่กกต.ทำร่วมกับดีเอสไอ และที่ดีเอสไอทำเป็นคดีพิเศษในฐานะคดีอาญา เป็นไปตามพยานหลักฐานที่เปรียบกันว่า เรี่ยราดไปหมด!!
แต่แน่นอน ฝ่ายสว.ที่โดนดำเนินคดี ย่อมต้องพยายามขยายผลสร้างกระแสจากคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว
ทำให้เห็นว่าพ.ต.อ.ทวี โดนแล้ว
สว.บางรายถึงกับออกมาพูดจาถึงขั้น เดี๋ยวเจอคิดบัญชีแน่!
พูดจาภาษาเดียวกันกับสว.อีกราย ที่เคยใช้คำว่า ดีเอสไอเป็นแค่หน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ แต่วุฒิสมาชิกปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งศักดิ์สูงกว่า
ทำเอาส่ายหน้ากันลั่นไปทั่วบ้านทั่วเมือง!!
เอาเป็นว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ.ต.อ.ทวี หยุดปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลดีเอสไอ
แล้วพ.ต.อ.ทวีน้อมรับว่า เป็นเรื่องดี
เพื่อให้ชัดเจนว่าไม่มีใครไปสั่งดีเอสไอได้
แต่ฝ่ายสว. ขยายผลไปอีกทาง ทำให้รู้สึกว่าน่าเป็นห่วงอนาคตของคดีนี้
จะยิ่งทำให้ผู้คนทั้งสังคมยิ่งต้องจับตาคดีนี้ จากนี้ไปคดีจะเดินหน้าไปได้หรือไม่
โดยขณะนี้ คดีในส่วนกกต.ที่ทำร่วมกับดีเอสไอนั้น ได้ออกหมายเรียก 54 สว.มารับทราบข้อหา
ถัดมาจะมีหมายจากกกต.อีกชุดใหญ่ ให้มารับข้อหาอีกนับร้อย
พร้อมๆ กันคดีในส่วนของดีเอสไอ ในข้อหาอั้งยี่ ฟอกเงิน จะถึงขั้นแจ้งข้อหาในไม่นานนัก
ประชาชนคนไทยที่เห็นอะไรต่อมิอะไรอย่างชัดเจนในวันเลือกสว.ระดับประเทศ
ถึงอย่างไรก็ยังมั่นใจในพยานหลักฐานอันคาตามากมาย!!
วงค์ ตาวัน