การออกหมายของกกต. โดยคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ที่ทำงานร่วมกันระหว่างกกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งทยอยส่งหมายไปยังสว.ที่ต้องข้อหาฮั้ว ขณะนี้ส่งไปเกินกว่า 140 รายแล้ว

เพราะนอกจากสว.ที่อยู่ในข่ายตามจำนวนที่รู้ๆ กันอยู่ คดีเริ่มขยายไปถึงคนที่ไม่ได้เป็นสว. แต่มีพยานหลักฐานพาดพิงว่า ร่วมในขบวนการ!

รูปคดีชี้ว่า เป็นระดับหัวขบวน

มีทั้งรัฐมนตรี สส. ไปจนถึงนายกอบจ.

มีข่าวกระเส็นกระสายออกมาด้วยว่า จะมีระดับบิ๊กเนมทางการเมืองที่อยู่ในข่ายด้วย!!

นี่เพียงแค่คดีในความรับผิดชอบของกกต. คือ เกี่ยวกับความผิดกฎหมายเลือกตั้ง ดาบต่อไปยังมีคดีอาญา ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกส่วนหนึ่ง

โดยคดีที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการ มีทั้งข้อหาฟอกเงิน เกี่ยวโยงถึงการจ่ายเงินในกระบวนการ มีทั้งข้อหาอั้งยี่ เกี่ยวกับการพบปะรวมกลุ่มขบวนการเพื่อฮั้วเลือกสว.

คาดว่า หลังจากคดีในส่วนของกกต. มีการแจ้งข้อหาสว.และหัวขบวนครบถ้วนแล้ว

คดีในส่วนของดีเอสไอ คงจะได้ฤกษ์แจ้งข้อหาต่อผู้เกี่ยวข้องต่อไป!

ระหว่างนี้ทีมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษของดีเอสไอ กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน

เดินเครื่องเต็มที่ไม่มีสะดุด แม้ว่าจะไม่มีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ทำหน้าที่กำกับดูแล เป็นไปตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ!!

ดังที่พ.ต.อ.ทวีเคยให้สัมภาษณ์ว่า การที่ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนการดูแลดีเอสไอ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของดีเอสไอ

เพราะดีเอสไอทำงานโดยอิสระมาตลอด การเมืองไม่ได้เข้าไปแทรกแซง

ยิ่งไม่มีพ.ต.อ.ทวีกำกับดูแลดีเอสไอ ยิ่งทำให้ทุกฝ่ายสบายใจว่า คดีเป็นไปตามพยานหลักฐานอย่างแท้จริง

ดังนั้น ถ้าดีเอสไอยังเดินคดีอย่างถึงไหนถึงกัน ทั้งที่พ.ต.อ.ทวี ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลดีเอสไอ

จะยิ่งรองรับประเด็นที่ว่า เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่อย่างอิสระ ปราศจากการชี้นำของการเมือง!

อย่างที่รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า พฤติกรรมของขบวนการฮั้วสว.นั้น มากด้วยพยานหลักฐาน จนชาวบ้านทั่วไปก็มองเห็นได้

โพยฮั้ว การแต่งกาย การเดินทางเป็นหมู่คณะ มีข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยไปทั่วโซเชี่ยลมาตั้งแต่วันเลือกสว.ในระดับประเทศ เมื่อมิถุนายน 2567

เป็นเช่นนี้แล้วจะไปโกรธแค้นผู้ทำหน้าที่รักษากฎหมายคงไม่ได้

เพราะเป็นขบวนการที่ต้องทำกันอย่างเอิกเกริก เต็มไปด้วยร่องรอยหลักฐาน ต้องโทษตัวเองมากกว่า!?!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน