โล่งอกโล่งใจไปตามกัน เมื่อสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร ที่บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี คลี่คลายลงด้วยดี โดยฝ่ายทหารกัมพูชายอมเคลื่อนย้ายกำลังไปอยู่จุดเดิมที่เคยตกลงกันเอาไว้ พร้อมกับฝังกลบคูเลตอย่างเรียบร้อย ทั้งนับจากนี้จะมีการพบปะพูดคุยกันระหว่างผู้นำทหารทั้งสองฝ่ายบ่อยๆ ขึ้น เพื่อความแน่นแฟ้น
การพูดคุยเจรจาทั้งระดับรัฐบาล ระดับผู้นำกองทัพ และระดับผู้นำหน่วยในพื้นที่ นำมาสู่การยุติความตึงเครียด!
ประเทศมีชายแดนติดต่อกัน ทะเลาะวิวาทรบราฆ่าฟันกัน มีแต่สูญเสียและเสียหาย
ผลกระทบต่อชาวบ้านตามแนวชายแดนมีมากมาย ที่สำคัญความเป็นเครือญาติระหว่างประชาชนบริเวณเขตแดนนั้นมียาวนานตั้งแต่ในอดีต
ไหนจะการทำมาค้าขาย ธุรกิจส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยวพังไปหมด
เขามีแต่แปรสนามรบเป็นสนามการค้า จู่ๆ จะพลิกสนามการค้ากลับไปเป็นสนามรบเพื่ออะไร!?!
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ความร้อนแรงของสถานการณ์ เกิดจากการเมืองภายในกัมพูชาเอง
ผู้นำตระกูลฮุนเซนเริ่มโดนท้าทาย ก็เลยต้องเล่นบทแข็งกร้าวชาตินิยม
สงครามและชาตินิยมเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจที่ใช้กันบ่อยๆ ของผู้นำในโลกนี้
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดศึกสงคราม พอมีทางลงได้ก็รีบลง
ที่สำคัญขั้นตอนจากนี้ คงต้องเร่งจัดประชุมเพื่อปักปันเขตแดน โดยทั้งสองฝ่ายกำหนดร่วมกันให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขขัดแย้งขึ้นมาอีกในอนาคต!!
ที่น่าสนใจจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชาที่ลดความร้อนแรงลงไป
ถือว่ายังดีที่จบเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นบรรดาชายฉกรรจ์ชาวไทยจะต้องเจอกับภัยหลอกลวงกันเป็นแน่
มิจฉาชีพฉวยสถานการณ์ปลุกกระแสสู้รบ มันมาแล้ว!?!
โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ออกคำเตือนช่วงวันสองวันที่ผ่านมาว่า
ขณะนี้มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นหน่วยงานทหาร โทร.หาเหยื่อหลอกว่าคุณมีรายชื่อในกองกำลังสำรอง แต่หากมีความประสงค์ไม่ขอเข้าร่วม สามารถลงทะเบียนโดยให้แอดไลน์เข้ามาพูดคุย
เมื่อเข้าไปพูดคุยในไลน์ ก็จะให้กรอกข้อมูลต่างๆ จนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สิน
คงเพราะเห็นการปั่นกระแส คนไทยระดมกันพร้อมรบ ทำให้แก๊งหลอกลวงได้มุขใหม่!?
ทั้งนี้ตำรวจย้ำว่า ถ้าถึงขั้นมีการเรียกกำลังพลสำรอง จะต้องเริ่มจากมณฑลทหารบก แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด มีการออกหมายเรียกพลส่งถึงผู้ถูกเรียก
ไม่มีการติดต่อผ่านมือถือหรือผ่านไลน์อย่างเด็ดขาด
ก็ยังดีที่ชายแดนสงบเร็ว มิจฉาชีพลวงเรียกกำลังสำรองคงไม่ทันได้เกาะกระแส!
วงค์ ตาวัน