มี2 คดีดังทางการเมือง ในมือของกกต. ที่กำลังเป็นข่าวได้รับความสนใจจากประชาชน คือ คดีฮั้วสว. ที่เข้าช่วงสำคัญแล้ว และคดีนายทักษิณ ชินวัตร ครอบงำพรรคร่วมรัฐบาล ในการพบกันที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
เมื่อ 2 คดีนี้ ปรากฏเป็นข่าวดังในระยะนี้ แต่กกต.ก็ออกมาแถลงปฏิเสธว่า ขั้นตอนคดียังไม่เสร็จสิ้น ยังไม่มีการสรุปเสนอให้กกต.ชุดใหญ่พิจารณาแต่อย่างใด!?
โดยคดีฮั้วสว.นั้น บอกว่าอยู่ในชั้นคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งจะครบกำหนดการขอขยายระยะเวลาในวันที่ 17 กรกฎาคม สำนวนดังกล่าวจึงยังไม่ได้เสนอที่ประชุมกกต.
ส่วนคดีทักษิณครอบงำนั้น กกต.ชี้แจงว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของสำนักงาน กกต. ยังไม่ได้เสนอ กกต.พิจารณาแต่อย่างใด
ถ้าเราติดตามข่าวสารอย่างจริงจัง จะพบว่า ระหว่างคดีฮั้วสว.กับคดีทักษิณครอบงำนั้น มีรายละเอียดพยานหลักฐานต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คดีฮั้วสว. มีหลักฐานโพยโจ่งแจ้ง มีการนัดหมายมาเป็นคณะ ใส่เสื้อสีเหมือนกัน จนคนทั้งสังคมเห็นกันทั่ว แถมทีมอนุกรรมการสืบสวนมีข้อมูลข้อเท็จจริงหนาแน่นมากๆ!!
ชัดเจนว่าคดีฮั้วสว. มาถึงขั้นสรุปสำนวนได้แล้ว
คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ปิดแฟ้มคดีได้ครบถ้วน สามารถยื่นเข้าที่ประชุมของกกต.ใหญ่ในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้
โดยเสนอให้กกต.ใหญ่พิจารณาส่งฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย แบ่งเป็นสว.ในสภาปัจจุบัน 138 ราย และคนนอกอีก 91 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำพรรคดัง!
ถ้าติดตามข่าวมาตลอดจะรู้ว่า ทีมสืบสวนร่วมของกกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ติดตามพยานหลักฐานไปจนถึงที่ประชุมและเส้นเงิน
มีคำให้การพาดพิงถึงบิ๊กเนมของพรรคการเมืองหลายราย!!
คดีนี้ไปถึงขั้นเข้าสู่ที่ประชุมของกกต.ชุดใหญ่ได้แล้ว ซึ่งคงต้องรอดูว่ากกต.ใหญ่ จะมีมติเห็นชอบให้ฟ้องหรือไม่ หรือฟ้องกี่ราย
เมื่อกกต.ใหญ่ได้ข้อสรุป คดีจะไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แล้วถ้าศาลประทับรับฟ้อง จะมีผลให้สว.และสส.ที่ถูกฟ้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
สุดท้ายจะมีความผิดจริงหรือไม่ ผิดกี่คน ขึ้นกับคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
เพียงแต่ชัดเจนว่า คดีฮั้วสว. เดินหน้าไปไกล พยานหลักฐานมากมายมหาศาล!!
ประเด็นนี้แหละ ที่ต่างกับคดีทักษิณครอบงำ 6 พรรคร่วม เพื่อให้เลือกนายกฯ แทนนายเศรษฐา ทวีสิน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อ 14 สิงหาคม 2567
ในคืนวันนั้น แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เดินทางเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้ากันคึกคัก มีพยานหลักฐานเพียงแค่นี้
เข้าไปคุยอะไรกัน ไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน โดยนายทักษิณบอกว่าเข้าไปกินมาม่าร่วมกัน
ที่สำคัญมีนายชัยเกษม นิติสิริ เข้าไปด้วย ทำให้มีข่าวว่าผู้จะเป็นนายกฯ แทนเศรษฐา คือชัยเกษม!?
แต่สุดท้ายนายกฯ ต่อจากเศรษฐา ชื่อแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งไม่ได้เข้าจันทร์ส่องหล้าด้วย
จึงเป็นความต่างระหว่างคดีฮั้วสว.ที่หนักแน่นชัดเจนกับคดีทักษิณครอบงำที่หาพยานหลักฐานได้ยากกว่า!?!
วงค์ ตาวัน