ผลการประชุมจีบีซีหรือคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ซึ่งสามารถตกลงกันได้อย่างหนักแน่นถึงการหยุดยิงอย่างเด็ดขาด ระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย จากนี้จะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังในบริเวณชายแดน ให้ถือว่ากองกำลังของใครอยู่ตรงไหนในวันหยุดยิง 28 กรกฎาคม ก็ให้อยู่ตรงนั้น รวมทั้งเร่งเคลียร์พื้นที่และศพทหารที่ยังตกค้าง
ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจะทำให้ชายแดนกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เป็นการวางกรอบสันติภาพ เพื่อให้คณะกรรมการร่วม 2 ประเทศในชุดอื่น ไปตกลงในรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป!
ข้อตกลงการประชุมจีบีซีดังกล่าว มีการลงนามร่วมกันระหว่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และพล.อ.เตีย เสรย-ฮา รมว.กลาโหมของกัมพูชา
เป็นตัวแทนของ 2 ประเทศที่ร่วมเซ็นสัญญา ต่อหน้าสักขีพยานทั้งมาเลเซีย สหรัฐ และจีน
ถ้าเดินหน้าต่อไปตามกรอบสันติภาพนี้ ความสงบสุขในชายแดนจะฟื้นคืนมา ชาวบ้านกว่าแสนคน จะได้กลับบ้านช่องเสียที!!
แต่แน่นอน หลายคนอาจจะยังไม่มั่นใจในผู้นำฝ่ายกัมพูชา
เพราะพฤติการณ์ที่ผ่านมา เป็นคนหลุดโลก ไม่มีจริยธรรม เอาคลิปเสียงสนทนาส่วนตัวออกมาเผยแพร่ ซึ่งจากนี้คงไม่มีใครที่ไหนในโลกไว้วางใจมานั่งพูดคุยด้วยอีกแล้ว
อีกทั้งไร้มนุษยธรรมจากการสั่งยิงถล่มชุมชน ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล
หากรู้จักทบทวน เห็นความสูญเสียของทหารเขมรในสงคราม 5 วัน เห็นการถอยร่นของฐานที่ตั้งตามแนวชายแดน ควรต้องยอมรับว่า จบได้แล้วการสู้รบกับทหารไทย!!
แถมยังเสียหายจากพฤติกรรมที่กระทำเอง ล้มละลายด้านความเชื่อถือ
ดังนั้นต้องหันมายึดถือข้อตกลงหยุดยิงเด็ดขาด จบได้แล้วกับการนำชายแดนที่ควรอยู่ร่วมกันระหว่างคนสองประเทศ มาเป็นเขตสมรภูมิสู้รบ!
แต่ต่อไปนี้จะโดนจับตาใกล้ชิดจากคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน นำโดยมาเลเซีย
เข้ามาตรวจสอบ เพื่อให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามผลข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นจริง
กลไกของอาเซียนจะเข้ามาสอดส่องเข้มข้น
อันที่จริงประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในภูมิภาคนี้มีให้ศึกษาเรียนรู้!
ในยุคพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทย
ได้เคยประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า!!
โดยเริ่มจากไทยเป็นเจ้าภาพในการเปิดเจรจาเขมร 3 ฝ่าย ยุติสงครามในกัมพูชา
ส่งผลเชื่อมโยงทั่วทั้งอินโดจีน เวียดนามและลาวด้วย
เมื่อเกิดสันติภาพ
การค้า การท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจให้คนทั่วทั้งภูมิภาคนี้
วันนี้ใครกำลังทำให้สนามการค้า กลายมาเป็นสนามรบ ควรจบได้แล้ว!?!
วงค์ ตาวัน