กรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นอีกประเด็นร้อนแรง เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย เข้ามาบริหารกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดินในยุคนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งเคยมีคำสั่งไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง ด้วยเหตุผลทางกฎหมายหลายประการ

ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการในยุคนายภูมิธรรม สรุปว่า ที่ดินเขากระโดงเป็นที่ดินของรัฐตามกฎหมาย กรมที่ดินสามารถเพิกถอนโฉนดได้ทันที

เป็นบทสรุปของมหาดไทยในยุคภูมิธรรม คือ ดำเนินการเพิกถอนโฉนด ยึดคืนมาเป็นของรัฐ!

ขณะนี้จึงเป็นช่วงดำเนินการของกรมที่ดิน ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนอธิบดีคนใหม่

แถมกรณีนี้ มีผู้ยื่นร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกด้วย จึงมีการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีในอีกทาง

เขากระโดงจึงอยู่ในช่วงร้อนระอุ กระทบกับตระกูลใหญ่แห่งบุรีรัมย์!!

จึงมีความพยายามตอบโต้คำสั่งยึดคืนเขากระโดงทำนองว่า เป็นเรื่องการเมือง เป็นการล้างแค้นระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน

แต่ถ้าไปถามความรับรู้ของประชาชน จะพบว่า ที่ดินเขากระโดงนี้ มีการเปิดเผยข้อมูลมาอย่างละเอียดแล้ว

เคยมีการเปิดอภิปรายในสภาอย่างดุเดือดมาแล้ว ทำให้ข้อเท็จจริงของที่ดินกว่า 5 พันไร่ดังกล่าว ประจักษ์ชัดในสายตาประชาชน!

ดังนั้นเมื่อนายภูมิธรรมประกาศเดินหน้ายึดคืน จึงได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนไม่น้อย

เพราะประเด็นสำคัญคือ เป็นที่ดินพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ให้การรถไฟเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการ ต่อมาในรัชกาลที่ 6 ได้ออกพระราชกฤษฎีการองรับสิทธิ์ด้วย!

ขณะเดียวกัน การตอบโต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในการรุกคืบเพื่อยึดคืนเขากระโดงนั้น

ได้มียกคดีที่ดินอัลไพน์ขึ้นมาเป็นประเด็น

ทำนองว่าทำไมพรรคเพื่อไทย ไม่จัดการกับอัลไพน์อย่างตรงไปตรงมาด้วย

เป็นที่รู้กันว่า เขากระโดงกระทบบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ส่วนอัลไพน์มีผู้ถือหุ้นเป็นชินวัตร!?

แต่ถ้าศึกษาข้อเท็จจริงของ 2 คดีนี้จะพบว่าเป็นคนละเรื่อง

ที่ดินเขากระโดงนั้น เป็นที่พระราชทานให้การรถไฟ ใช้ประโยชน์ในกิจการราชการรถไฟ แล้วเกิดปัญหามีการออกโฉนด มีเอกชนเข้ามาครอบครอง

ส่วนที่ดินอัลไพน์นั้น เป็นที่เอกชนมีโฉนดถูกต้อง เจ้าของที่ดินนำมาถวายวัด แต่ทางวัดไม่อยากได้ที่ดิน จึงให้มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย นำไปขายเพื่อเอาเงินให้วัด

แต่ต่อมามีการยื่นร้องและวินิจฉัยว่า การขายนั้นไม่ถูกต้อง การขายเป็นโมฆะ จึงมีคำสั่งเพิกถอนโฉนด

จะเห็นได้ว่าปัญหา “กลับข้างกัน”

“ความสุจริตใจ”แตกต่างกัน!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน