กลายเป็นหลักฐานชิ้นดี ครบถ้วนสมบูณ์แบบอย่างมาก เข้าตำรา “อาชญากร อาชญากรรม ย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ” ดังที่เราได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ โดยคราวนี้เป็นอาชญากรสงครามที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดของกองทัพเรือ ที่เข้าร่วมสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ออกกวาดล้างทุ่นระเบิด ที่บริเวณภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ได้ตรวจพบโทรศัพท์มือถือตกหล่นอยู่ คาดว่าเป็นของทหารกัมพูชา

พอเอามาเสียบชาร์จไฟ ตรวจสอบภาพและคลิปในมือถือเครื่องดังกล่าว เจอคลิปทีเด็ด หลักฐานสำคัญ!

เป็นวิดีโอทหารกัมพูชากำลังถือทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมกับพูดจาอธิบายเป็นภาษาเขมร

ถอดความออกมาชัดเจนว่า กำลังสอนการใช้ทุ่นระเบิด PMN-2 “ดึงสลัก ห้ามบีบ ดึงสลักออก ค่อยๆ ดึงออกมา ไม่ต้องหมุน”

อีกคลิป ถ่ายขณะกำลังเอาทุ่นระเบิดไปฝัง เป้าหมายคือข้อเท้า ให้วางที่ต้นไม้ 210 ต้น

ปกติคดีอาชญากรรมทั่วไป โจรผู้ร้ายก่อเหตุ หลายครั้งตำรวจก็พบหลักฐานตกหล่นชี้เบาะแสชัดแจ้ง

เช่น กระเป๋าเงินตกหล่น มีบัตรประชาชน ชี้โฉมคนร้าย การทำโทรศัพท์มือถือตกหล่นก็มี

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทหารกัมพูชา ซึ่งออกปฏิบัติการลักลอบฝังทุ่นระเบิด เร่งๆ รีบๆ จะทำมือถือตกหล่น!!

เมื่อทหารไทยยึดมาได้ เปิดดูมีคลิปเห็นหมด

เป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่า ทหารเขมรลักลอบใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อทำร้ายทหารไทย ผิดสนธิสัญญาระหว่างประเทศโจ่งแจ้ง!

คลิปดังกล่าว มีระบุวันเวลาที่บันทึกเอาไว้ครบถ้วน

หลักฐานนี้ กระทรวงการต่างประเทศไทย เตรียมส่งไปยังที่ประชุมกรรมการอนุสัญญาออตตาวา เพื่อเอาผิดกัมพูชา

ซึ่งสามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่า เป็นโทรศัพท์มือถือของใครฝ่ายไหน!?!

ดังนั้นที่กัมพูชาโวยวายว่า ไทยสร้างหลักฐานขึ้นมาเองนั้น มือถือเครื่องนี้เขาตรวจพิสูจน์ได้ไม่ยากเลยว่า ของกัมพูชาหรือของไทยสร้างเรื่องเอง

แน่นอนว่า จะเป็นเครื่องยืนยันได้จากคลิปนี้ ว่ามีปฏิบัติการทุ่นระเบิดสังหารชัดแจ้ง

ทั้งๆ ที่ทั่วโลก มีมติให้ยกเลิกการใช้ระเบิดสังหารแบบนี้แล้ว เพราะทำร้ายทหารทำให้พิการไปตลอดชีวิต

ทั้งเมื่อสงครามจบก็ยังทำร้ายประชาชนทั่วไป บาดเจ็บพิการตามมา ในทุกสมรภูมิหลังการสู้รบผ่านไป ชาวบ้านคือผู้รับกรรม!

เป็นอาชญากรรมสงครามที่ไม่ควรกระทำอีกต่อไป

แต่ก็ยังกระทำต่อทหารไทยที่ลาดตระเวนชายแดน

ไม่ใช่การสู้รบที่มีเกียรติศักดิ์ศรี แต่เป็นอาชญากรสงคราม ที่ดันทิ้งร่องรอยเอาไว้อีก!?

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน