แวดวงการเมืองตั้งตารอวันที่ 29 สิงหาคม รอลุ้นคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตานายกฯ แพทองธาร ชินวัตร จะคัมแบ๊กกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีดังเดิม หรือจะต้องพ้นจากเก้าอี้ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซน

ขณะที่บรรยากาศก่อนจะถึงวันสำคัญนี้ จะพบว่ามีการปั่นกระแสปล่อยข่าวอย่างหนักหน่วง!?

ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร เคลื่อนไหวอย่างหนัก เดินสายพบปะคนสำคัญๆ จนได้เลขล็อก 5-4 แล้ว

ข่าวนี้แน่นอนว่า จงใจสร้างข่าวมั่วขึ้นมา เพื่อสร้างแรงกดดันต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ตามซ้ำด้วยการบิดเบือนคลิป ในวันที่นายกฯ แพทองธาร ไปเบิกความที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ตกแต่งเสียงจาก “นั่งลงครับ” ให้กลายเป็น “นั่งลงลูก”

จนศาลรัฐธรรมนูญต้องออกคำแถลงเตือนว่า ใครที่เผยแพร่สิ่งบิดเบือนนี้ เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายข้อ และละเมิดอำนาจศาลอย่างร้ายแรง!!

รายละเอียดคำแถลงของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า

มีการเผยแพร่คลิปและข่าวในสื่อสารมวลชนหลายช่องทาง อันเป็นเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนของศาลลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อศาลรัฐธรรมนูญ

โดยกล่าวอ้างว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งพูดกับผู้ถูกร้องว่า “นั่งลงลูก” ซึ่งความจริงท่านพูดว่า “นั่งลงครับ”

“การเผยแพร่และบิดเบือนดังกล่าว เข้าข่ายเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล”

เอาเข้าจริงๆ แล้ว ใช้สามัญสำนึกปกติมาพิจารณา ก็สรุปได้ไม่ยากว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการเอ่ยคำเช่นนี้ จากปากของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ!!

ทั้งหลายทั้งปวง ใครเป็นฝ่ายที่ปล่อยข่าวเหล่านี้ออกมา

ใครที่สร้างเรื่องว่า ทักษิณ วิ่งล็อบบี้ แล้วตามด้วยการบิดเบือนคำกล่าวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ต้องมาจากฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ตรงข้ามนายกฯ อิ๊งค์แน่นอน

อีกทั้งสะท้อนความหวั่นไหว กลัวว่านายกฯ จะรอดพ้นคดีนี้ได้!?!

แน่นอนว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะมีมติออกมาเช่นไร

ถ้าตัดสินว่านายกฯ ผิดจริยธรรม ก็ต้องพ้นตำแหน่งไป พรรคเพื่อไทยก็ต้องรวบรวมเสียงพรรคต่างๆ ให้จับมือดังเดิม แล้วเสนอชื่อชัยเกษม นิติสิริ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่

โดยต้องสู้กับอีกขั้ว ที่คงพยายามช่วงชิงเสียงมาพลิกเกมการเมืองเช่นกัน!?

แต่ถ้ามติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า ไม่มีความผิด ให้กลับมาทำงานนายกฯ ต่อไปดังเดิม

อย่างนี้รัฐบาลก็เดินหน้าทำงานต่อไป

เพียงแต่ดูอาการของฝ่ายที่สร้างเรื่องปล่อยข่าว สะท้อนแนวโน้มให้เห็นได้ไม่น้อย!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน