การเมืองไทยมาถึงจุดผันผวนปั่นป่วนอีกครั้ง ตอกย้ำความเป็นประเทศที่ไร้เสถียรภาพทางการเมืองอย่าง มากๆ กระทบถึงโอกาสการเร่งสร้างเศรษฐกิจ พลิกชีวิตปากท้องของประชาชน การลงทุนจากต่างประเทศจะยิ่งถดถอย ด้วยไม่มีความมั่นใจใดๆ
นายกรัฐมนตรีโดนปลดจากตำแหน่งเป็นว่าเล่นเช่นนี้ รัฐบาลเดี๋ยวสะดุด เดี๋ยวล้มคว่ำ ประเทศไทยคงยากจะพัฒนารุดหน้า!
เอาแค่ในอาเซียน สถานะของไทยเรา ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ตกต่ำดำดิ่งไปเรื่อยๆ
แถมวันนี้กัมพูชาคงได้เฮฮากันทั้งประเทศ เมื่อนายกฯ ไทยต้องพ้นจากตำแหน่ง
ตรงตามที่ ฮุนเซน กล่าวเอาไว้ล่วงหน้า ว่าจะเปลี่ยนนายกฯ ใน 3 เดือน แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!!
ที่สำคัญ ปลดนายกฯ ได้ด้วยคลิปเสียงที่ฮุนเซนลอบบันทึก และนำมาปล่อยอีกด้วย
งานนี้กัมพูชาคงได้คุยฟุ้ง เป็นไปตามเกมของ ฮุนเซน ทุกประการ
กำลังต่อสู้กันเข้มข้นทั้งบนเวทีการทูตนานาชาติ และทางทหารตามแนวชายแดน แล้วจู่ๆ นายกฯ ไทยก็ต้องมีอันเป็นไป
ที่สำคัญ นำมาสู่สถานการณ์ผันผวนของการเมืองไทยอย่างรุนแรง รัฐบาลจะเป็นฝ่ายไหน ผู้นำใหม่จะเป็นใคร อลหม่านไปหมด!!
ไทยอาจจะเหนือกว่า ในการสู้รบชิงพื้นที่ชายแดน
แต่การเมืองภายในของเรา กลับพ่ายแพ้ ต่อสู้กันเองจนเละเทะ ประเทศต้องหยุดชะงัก!
อีกทั้งการตั้งรัฐบาลใหม่เลือกนายกฯ ใหม่ ก็ดูไม่ราบรื่น
พรรคเพื่อไทย พยายามผนึกพรรคร่วมเดิมเอาไว้ เพื่อตั้งรัฐบาลในขั้วเดิม
ขณะที่ภูมิใจไทยก็ประกาศเป็นขั้วใหม่ช่วงชิงจัดตั้งรัฐบาลแทน
ฝุ่นตลบจนมองไม่ชัดว่า นายกฯ ใหม่จะเป็นชัยเกษม นิติสิริ หรือ อนุทิน ชาญวีรกูล !?!
พรรคประชาชนตัวแปรสำคัญ ก็ตกอยู่ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในการกำหนดท่าที
ถ้าการตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนก็ยิ่งกระทบการเมืองและเศรษฐกิจรุนแรง
ทั้งหลายทั้งปวงมีคำถามว่า ศึกไทยกับกัมพูชาที่ชายแดน เหตุใดลงเอยทำให้การเมืองภายในประเทศเราเองที่พังพินาศ!?
คำถามสำคัญสุด เหตุใดอำนาจขององค์กรอิสระ จึงสามารถชี้ชะตานายกฯ จนพ้นเก้าอี้คนแล้วคนเล่า
ส่งผลให้การเมืองไทยมีแต่ความอ่อนแอ รัฐบาลไม่มีความมั่นคง
ท่ามกลางปัญหาท่วมเมืองที่รอการแก้ เศรษฐกิจ ชีวิตปากท้อง ยาเสพติด !!
วงค์ ตาวัน