ในวิกฤตการเมืองหนนี้ ได้ทำให้ “พรรคประชาชน” กลายเป็นผู้กำหนดอนาคตทางการเมืองไทย เป็นพรรคที่จะชี้ได้ว่าใครควรเป็นนายกฯ และเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แถมกำหนดเงื่อนไขให้ทุกฝ่ายทุกขั้วต้องยอมรับและต้องทำตาม โดยต้องจัดให้มีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จากนั้นต้องยุบสภาใน 4 เดือน
เท่ากับว่า พรรคการเมืองต่างๆ ต้องเดินตามเงื่อนไขของพรรคประชาชนล้วนๆ ทั้งการเปิดประตูสู่การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และทั้งยุบสภารวดเร็ว ซึ่งเป็น 2 ประเด็น ที่เข้าทางพรรคประชาชนเต็มๆ!!
เป็นสถานการณ์ที่พลิกมาเข้าทางพรรคประชาชน ทั้งๆ ที่ขั้วการเมืองอนุรักษนิยมของประเทศนี้ เคยทำทุกอย่างเพื่อสกัดขัดขวางพรรคส้ม
ฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง ไม่ยอมให้พรรคส้มเข้ามากำหนดการเมือง ไม่ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่ต้องการให้เลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เพราะเกรงคะแนนนิยมของฝ่ายสีส้ม
แต่วันนี้สถานการณ์พลิกกลับ ด้วยฝีมือของฝ่ายอนุรักษนิยมนั่นแหละ ที่เล่นเกมจนรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไปไม่รอด
ทำให้พรรคส้มผงาดขึ้นมาเป็นพระเอก!?!
ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบอกว่า นั่งดูการเมืองไปพลางหัวเราะเยาะฝ่ายขวาจัดไปพลาง
ขั้วอนุรักษนิยมการเมืองสุดโต่ง ที่ชิงชังพรรคส้ม ทำไปทำมา ก็ทำให้สถานการณ์กลับไปเข้าทางฝ่ายพรรคส้มเอง
แล้วการเมืองที่จะเดินไปข้างหน้า ก็จะเดินไปในทิศทางของพรรคส้ม
ทั้งต้องเร่งเปิดทางให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบทั้งฉบับ โดยมีสสร.
จากนั้นต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ในต้นปีหน้า ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่กระแสส้มกำลังหอมหวล!
ขั้วอนุรักษนิยมการเมือง ลุกฮือกันทำให้พรรคสีส้มไม่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อพฤษภาคม 2566
พยายามรักษารัฐธรรมนูญฉบับ 60 ทุกทาง เพราะเป็นกลไกสำคัญของฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง
หวังให้รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ทำงานเพื่อลดกระแสนิยมของฝ่ายสีส้มให้ได้
แต่เพราะความไม่เป็นเอกภาพของฝ่ายอนุรักษนิยมการเมืองเอง ยังมีขั้วสุดโต่งที่เกลียดชังทักษิณและเพื่อไทย ขัดแข้งขัดขาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา!?!
นายกฯ โดนปลดไป 2 คน จนสุดท้ายก็ต้องล้มครืน
กลายเป็นการเมืองที่เกิดภาวะวิกฤต รัฐบาลไปต่อไม่ได้
ลงเอยต้องให้พรรคประชาชนเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตาย
ด้านหนึ่งพรรคประชาชน ถือเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์แนวทางชัดเจน เดินไปตามทิศทางที่ประกาศเอาไว้ ไม่แปรเปลี่ยน
อีกด้านเพราะขั้วอนุรักษนิยมการเมืองสุดโต่งนั่นแหละ ที่เล่นเกมจนการเมืองไปสู่จุดวิกฤต
ไปสู่โหมดการเมืองที่พรรคประชาชนเป็นผู้กำหนดและชี้ทิศทาง!
วงค์ ตาวัน