การที่วุฒิสภาลงมติด้วยเสียงข้างมาก เห็นว่า น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม พูดจาดูหมิ่น สว. ที่มีอาชีพขายหมู เป็นการดูหมิ่นความเป็นมนุษย์ จึงให้ส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ใครได้ยินได้ฟังได้อ่านข่าวนี้ ต้องรู้สึกว่า เป็นตลกร้ายทางการเมืองอีกเรื่องหนึ่ง!?
พร้อมกับคำถามว่า วุฒิสภาจะหาเรื่องจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพื่อทำให้ประชาชนได้รู้สึกตอกย้ำกับพฤติกรรมของสว.ชุดนี้ โยงไปถึงคดีฮั้วสว. ที่ทั้งดึงทั้งยื้ออย่างไม่สนสายตาประชาชนกันเลย
แรกสุดเลย คำว่า “คนขายหมู” ถือเป็นคำดูหมิ่นมนุษย์ ดูหมิ่นเหยียดหยามอาชีพได้อย่างไร
คนขายหมูเป็นอาชีพสุจริต มีผู้คนจำนวนมากที่ประกอบอาชีพนี้ ไม่ใช่อาชีพเร้นลับน่ารังเกียจ การพูดถึงอาชีพนี้ จะเป็นคำดูหมิ่นเหยียดหยามได้หรือ!!
แล้วเมื่อดูประโยคคำพูดของสว.นันทนา ก็แค่ยกขึ้นมาเป็นประเด็นในกรณีเลือกกรรมาธิการพัฒนาการเมือง ซึ่งมีการกีดกันผู้ที่มีคุณสมบัติตรงกับหน้าที่ของกรรมาธิการชุดดังกล่าว แต่กลับเลือกคนที่ไม่มีคุณสมบัติตรงกับงาน เช่น คนขายหมู
การกล่าวถึงคนขายหมูแบบปกติธรรมดา ยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงพฤติกรรมของกลุ่มสว.เสียงข้างมาก ที่มุ่งลดบทบาทสว.อิสระทุกวิถีทาง
ลงเอยกลายเป็นข้อหาผิดจริยธรรม อันนี้หาเรื่องกันแบบน่าตลกขบขันอย่างที่สุด
ก็เลยนึกถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อวันก่อน จากวงสนทนาเฮฮาของชาวบ้าน วิจารณ์การเมืองถึงเรื่องนี้ว่า งงจริงๆ พูดถึง “คนขายหมู” ผิดยังไง ถ้า “ถอยหมู” สิ ว่าไปอย่าง!?
อันที่จริงแล้ว คำว่าคนอาชีพขายหมูกับวุฒิสภาชุดนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่รู้ผลการเลือกสว.ชุดนี้แล้ว
เกี่ยวเนื่องกับข้อสงสัย การเลือกสว.ที่น่าจะเป็นขบวนการฮั้วกันอย่างโจ๋งครึ่ม!?!
พร้อมกับมีหลักฐานโพยเบอร์อย่างชัดแจ้ง การแต่งตัว สีเสื้อ การเดินทางมาเป็นหมู่คณะ ต่างๆ นานา ว่อนในโลกโซเชี่ยล
คนอาชีพขายหมู ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งพูดถึงกันมาก
ไม่ได้พูดอย่างเหยียดหยามในอาชีพ
แต่พูดให้เห็นเป็นรูปธรรม ในข้อสงสัยขบวนการฮั้วสว.
ลงเอยสว.ส่วนใหญ่ก็เอาเรื่องคำพูดถึงคนขายหมู มาเล่นงานสว.นันทนา ข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรม ซึ่งฟังแล้วขัดหูอย่างยิ่ง
ที่สำคัญ การโหวตเอาผิดสว.นันทนานั้น ด้วยเสียงส่วนใหญ่ในห้องประชุม 130 เสียง
ยิ่งทำให้นึกถึงคดีฮั้วสว. ที่มีผู้ถูกแจ้งข้อหา เป็นสว.138 คน
เข้าทำนอง “อยู่ดีไม่ว่าดี” จริงๆ!!
การเอาเรื่องนี้มาเล่นงานสว.นันทนา ยิ่งตอกย้ำให้สังคมได้นึกถึงคดีฮั้วสว.ขึ้นมาอีก
พอการเมืองเปลี่ยน คดีก็นิ่งเงียบ ชัดเจนโจ่งแจ้งอะไรเช่นนี้!
วงค์ ตาวัน