ตามตร.คลี่คดีฆ่าสยอง สาวเป็นศพหมกพงหญ้า วินโหดสับศอกร่วงจยย.

ตามตร.คลี่คดีฆ่าสยอง

สาวเป็นศพหมกพงหญ้า

วินโหดสับศอกร่วงจยย.

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

สดจากสนามข่าว – แม้น น.ส.พิไลวรรณ แก้วรักษา หรือ จิ๊ก อายุ 29 ปี แม่ค้าผลไม้สาวในตลาดนัดหมู่บ้านพระปิ่น 7 ถนนคลองแอน ระหว่าง 1-2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จะหายตัวไปหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยคิดว่าเจ้าตัวกลับไปบ้านที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

แต่เมื่อมีผู้พบศพหญิงสาวนิรนามถูกฆ่าบริเวณป่าหญ้ากลางซอยเทพกุญชร 21 ม.11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ความจริงจึงปรากฏว่าเจ้าตัวไม่ได้กลับไปบ้านอย่างที่ทุกคนคิดกัน

บ่ายวันที่ 25 ก.ค. พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผช.ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง นำตัวนายสามารถ ธัญญะผล อายุ 27 ปี หนุ่มวิน จยย.ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆ่าชิงทรัพย์แม่ค้าผลไม้สาว บริเวณป่าหญ้ากลางซอยเทพกุญชร 21 ม.11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุม ธานี ท่ามกลางเสียงด่าทอของชาวบ้าน

พฐ.หาหลักฐาน

จุดเริ่มต้นของคดีเริ่มจากเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 ก.ค. พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุป่าหญ้ากลางซอยเทพกุญชร 21 ม.11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฐานพันธ์ เฉลิมพัชรพรกุล รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานแพทย์ร.พ.ธรรม ศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ตรวจสภาพศพ

ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้ารกร้างเป็นซอยเปลี่ยว พบศพผู้เสียชีวิตหญิง 1 ราย อายุ 20-30 ปี มีสภาพเน่า จนส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาล ถูกถอดไปด้านหลัง กางเกงยีนส์สีดำถูกถอดลงมาบริเวณ หัวหน่าว มีบาดแผลที่กรามซ้ายถูกตีจนหัก มีบาดแผลถูกแทงที่ชายโครงซ้ายและลิ้นปี่ จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารระบุว่าเป็นใคร โดยที่ทรัพย์สินเป็นแหวนทองและสร้อยข้อมือยังสวมใส่อยู่ เบื้องต้นคาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในที่เกิดเหตุก็พบกับรองเท้าผ้าใบ 1 ข้าง กระดุม เล็บอะครีลิก จำนวนหนึ่ง และฟันจำนวน 2 ซี่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นาทีสับศอกกลับ

 

จากการสอบถาม นายวีระวัฒน์ แก้วแก่น อายุ 44 ปี ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง วินวัดทวีการะอนันต์ ให้การว่า ตนรับ ผู้โดยสารจากวิทยาลัยบุญถาวรไปส่งที่ปากซอยมิตซูบิชิ ระหว่างทางผู้โดยสารได้กลิ่นศพและบอกให้ตนเองทราบแต่ตนเองไม่ได้แวะดู กระทั่งส่งผู้โดยสารเสร็จตนเองจึงกลับมาตรวจสอบจึงพบผู้เสียชีวิต

น.ส.พิไลวรรณ แก้วรักษา หรือจิ๊ก ผู้ตาย

หลังข่าวการพบศพหญิงสาวแพร่กระจายออกไป ตำรวจก็ได้ข้อมูลว่าหญิงสาวดังกล่าวคือ น.ส.พิไลวรรณ แก้วรักษา หรือ “จิ๊ก” อายุ 29 ปี เป็นชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ แม่ค้าขายผลไม้ ตลาดนัดหมู่บ้านพระปิ่น 7 ตำรวจนำตัวคนที่อยู่ใกล้ชิดผู้ตายมาสอบปากคำ ทราบว่าผู้ตายเป็นคนหน้าตาดีและมักมีคนมารับ-ส่งจากบ้านพักไปที่ร้านขายผลไม้หลายคน

ด้าน นายชาลี กองแก้ว อายุ 52 ปี คนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้างหมู่บ้านพระปิ่น 7 ถนนคลองแอนระหว่าง 1-2 บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เห็นผู้ตายจะมาเปิดร้านขายผลไม้ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของทุกวัน ส่วนเวลาที่เลิกขายนั้นไม่ทราบว่าเลิกกี่ทุ่ม เนื่องจากตนเองจะขับรถจักรยานยนต์รับจ้างถึงทุ่มครึ่งเท่านั้นก็กลับเข้าบ้าน และที่ร้านขายผลไม้ผู้ตายจะขายอยู่กับทอมอีกคนหนึ่ง ซึ่งวินรถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งนี้มีคนขับรถอยู่ 33 คน หลังเกิดเหตุก็ไม่มีใครหายไปก็ยังมาขับจักรยานยนต์รับจ้างกันตามปกติ

ด้าน น.ส.จิราวรรณ แก้วรักษา อายุ 33 ปี พี่สาวผู้ตาย ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเพิ่งเจอกับน้องสาวครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วเพราะน้องสาวกลับบ้าน นิสัยของน้องสาวก็จะเป็นคนนิสัยดี ร่าเริง ชอบแต่งตัว และตนก็รู้ว่าน้องสาวมีนิสัยชอบคบสาวทอม หลายคน แต่ก็ไม่นึกว่าจะมาถูกฆ่าตายเช่นนี้ ตนก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายได้เร็วๆ เพราะดูจากบาดแผลแล้วคนร้ายทำกับน้องสาวตนอย่างโหดเหี้ยม

หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรี วรขาน รอง ผบ.ตร. ลงมาติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง ก่อนเผยว่า ตำรวจสืบสวนได้ติดตามกล้องวงจรตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีจึงทราบว่าผู้ก่อเหตุได้รับ ผู้ตายมาจากหน้าเซเว่นฯ ปากทางเข้าหมู่บ้านพระปิ่น 7 ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.62 เวลา 21.30 น.

จากนั้นคนร้ายก็ได้เลี้ยวเข้าซอยเทพกุญชร 21 และได้ขับออกมาเพียงคนเดียวและหลบหนีไป ต่อมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบมาว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนขับรถจักรยานยนต์เบอร์ 11 คือ นายสามารถ ธัญญะผล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 262 ม.3 ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อออกหมายจับ

หลักฐานวงจรปิด

ต่อมาตำรวจติดตามไปจับกุมตัวนายสามารถได้พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะก่อเหตุ สอบสวนรับสารภาพว่า รับผู้ตายที่หน้าร้านสะดวกซื้อสาขาตลาดพระปิ่น 7 เพื่อไปส่งที่ซอยวัดทวีการะอนันต์ แต่เมื่อถึงซอย 21 เลี้ยวพาผู้ตายเข้าไปและ ก่อเหตุชิงทรัพย์แต่เกิดการต่อสู้ เลยสับศอกกลับใส่จนตกรถ และเตะจนกลิ้งเข้าป่าหญ้า ข้างทางก่อนรีบขี่รถหลบหนี โดยอ้างว่าแค่ชิงทรัพย์เท่านั้นไม่ได้ฆ่าผู้ตายแต่อย่างใด เบื้องต้นตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และลักรถจักรยานยนต์ จึงควบคุมตัวไปทำแผนฯ และส่งดำเนินคดีต่อไป

ส่วนข้ออ้างที่ว่าแค่ต้องการชิงทรัพย์อย่างเดียวจริงหรือไม่ คงเป็นหน้าที่ของหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ว่าจะขัดแย้งหรือสอดรับกันหรือไม่

นพรัตน์ คุ้มศรี/เรื่อง/ภาพ

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้ခွေးသတ်ဗိုလ်တွေ ထားတဲ့ခေတ်နဲ့ ခွေးကို ဓာတ်ငွေ့ပေးသတ်ဖို့ကြံခဲ့စဉ်က
บทความถัดไปต้องเป็นไปตามรธน.