คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ผ่าชนวนแม่ยายสั่งตาย – ผ่าชนวนแม่ยายสั่งตาย – แม้ในใจลึกๆ จะรู้ว่าอาจเป็นไปได้ แต่ญาติพี่น้องและชาวบ้านก็ไม่อยากเชื่อว่า นางสะเดียะ สวาหลัง อายุ 67 ปี จะกลายเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าลูกเขยตนเอง ตำรวจมีหลักฐานอะไรและอะไรคือชนวนของคำสั่งตายดังกล่าว

แผนผังคดี
ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ร.ต.อ.อำนวย หมาดอี ร้อยเวร สภ.ละงู จ.สตูล รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่หน้าบ้านเลขที่ 284 หมู่ที่ 5 บ้านทุ่ง ต.ละงู อ.ละงู จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวน ในที่เกิดเหตุพบศพนายสุรินทร์ สุขขี อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุนอนตายที่หน้าบ้านของตัวเอง สภาพศพถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดที่บริเวณหน้าอก 3 นัด แขนขวา 1 นัด นอกจากนี้ที่บนแคร่หน้าบ้านพบร่างของ น.ส.นฤมล เพ็ชนะ อายุ 46 ปี ภรรยาผู้ตายซึ่งนอนเป็นอัมพาตอยู่ ถูกกระสุนบริเวณหัวเข่าข้างขวา 1 นัด
สอบสวนทราบว่าผู้ตายมีอาชีพเร่ขายถั่วต้ม ก่อนเกิดเหตุได้ขี่จยย.พ่วงข้างไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนกลับจากตลาด เมื่อไปถึงหน้าบ้านจอดจยย.ที่บริเวณหน้าบ้าน ชาวบ้านเห็นคนร้ายเป็นชายตรงเข้าไปใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดยิงไปที่ผู้ตายประมาณ 5-6 นัดจนถึงแก่ความตาย
ด้านนางรอเปี๊ย เพ็ชนะ พี่เมียผู้ตายกล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนนครศรีธรรมราช มาได้ภรรยาอยู่ที่นี่ประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าขายถั่วในตลาดนัด ไม่เคยทราบว่าเคยมีเรื่องกับใครมาก่อน ส่วนภรรยาเป็นอัมพาตเดินไม่ได้พูดไม่ได้มาประมาณ 5 เดือนแล้ว อาศัยผู้ตายขายถั่วเลี้ยงดู
นายกอเดช เพ็ชนะ ญาติฝ่ายภรรยาที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเผยว่า ผู้ตายไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใคร ขายของกลับมาก็อยู่กันตามลำพัง มาอยู่ในหมู่บ้านได้เพียง 2 ปีกว่า ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครและไม่มีใครอยากจะพูดคุยเสวนาด้วย เพราะจะมีโลกส่วนตัว บุคลิกก็ไม่ค่อยจะเข้ากับคนในหมู่บ้านได้ การพูดจาไม่มีหางเสียง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นพ่อค้าได้อย่างไร เมื่อเกิดเหตุก็เลยไม่รู้ว่ามีปัญหากับใคร จะรู้ก็เพียงมีเรื่องทะเลาะระหว่างแม่ยายกับลูกเขยที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ถึงขั้นแจ้งความขึ้นโรงพักทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

นางสะเดียะ สวาหลัง คนจ้างวาน
วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จังหวัดสตูล และสืบสวนภาค 9 ลงพื้นที่ไล่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดทุกเส้นทางพร้อมสืบพยานแวดล้อมที่จะเชื่อมการสังหารโหด ขณะที่ในส่วนของภรรยาที่ป่วยเป็นอัมพาต ยังรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ละงู อาการปลอดภัยแล้ว
คดีนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านและเครือญาติต่างพุ่งเป้าไปที่นางสะเดียะ สวาหลัง อายุ 67 ปี แม่ยายของผู้ตายที่มีความขัดแย้งกันมานาน ทั้งเรื่องที่ดินและเรื่องที่คนตายไม่ยอมให้ญาติพี่น้องเข้าไปดูแลภรรยาที่ป่วย แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธเสียงแข็งมาตลอด ตำรวจใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานจากเบาะแสและภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นภาพคนร้ายขณะขี่จยย.หลบหนี โดยเฉพาะคำให้การจากพยานปากเอกซึ่งเป็นคนติดต่อจ้างมือปืน ทำให้ในที่สุดหลังผ่านมา 15 วัน ตำรวจก็ปิดคดีลงได้
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่บก.ภ.จว.สตูล พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ ผบก.ภ.จว.สตูล พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด รองผบก.ภ.จว.สตูล พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ รองผบก.ภ.จว.สตูล พ.ต.อ.สิทธิพงษ์ หัสรังษี ผกก.สภ.ละงู พ.ต.อ.สินชัย คล่องแคล่ว ผกก.สส. พ.ต.ท.ประเดิม แก้วทอง รองผกก.สส.สภ.ละงู พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ปะดุกา รองผกก.สส.
ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายสุเทพ ท่อนทอง หรือหมึก อายุ 35 ปี ชาวจ.สตูล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ที่ 23/2564 ลงวันที่ 19 ม.ค. 64 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น และนางสะเดียะ สวาหลัง อายุ 67 ปี ชาวจ.สตูล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ที่ 22/2564 ลง วันที่ 19 ม.ค. 64 ข้อหา เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น (โดยเป็นผู้ใช้ จ้างวาน) พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 รถจยย. ฮอนด้า ซูเปอร์ คัพ สีส้ม-ขาว

บ้านที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ ผบก.ภ.จว.สตูล เผยว่าสืบเนื่องจากวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 14.10 น. มีคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงนายสุรินทร์ สุขขี พ่อค้าถั่วต้ม เสียชีวิต และน.ส.นฤมล เพ็ชนะ ภรรยาได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป จากการสืบสวนทราบว่านายสุเทพเป็นผู้ก่อเหตุ โดยมีนางสะเดียะ แม่ยายของผู้ตายว่าจ้างในราคา 50,000 บาท ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลจ.สตูล ออกหมายจับนายสุเทพ และนางสะเดียะ และในวันเดียวกันได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้พร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ และรถจยย. ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการมาก่อเหตุและหลบหนี
พล.ต.ต.อรุษ กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติกรรมของแม่ยายพบว่ามีชนวนเหตุมาจากปัญหาในครอบครัว ที่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันมาโดยตลอด เคยถึงขั้นลงไม้ลงมือจนเป็นคดีความ นำไปสู่การจ้างวานมือปืนยิงสังหารขณะกลับจากตลาดเข้าบ้านพัก ก่อนจะรับเงินและหลบหนี แม้ขณะนี้นางสะเดียะจะให้การปฏิเสธแต่ตำรวจมีหลักฐานมัดตัวในคดีนี้อย่างแน่นหนา
สำหรับนายสุเทพ พบประวัติเพิ่งรับจ้างยิงคนเป็นครั้งแรก แต่มีประวัติพัวพันคดียาเสพติดหลายคดี คดีนี้ตำรวจใช้เวลาในการสืบสวน 15 วัน จึงปิดคดีลงได้ เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพงส.สภ.ละงู ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นางสะเดียะจะกระทำความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ คงเป็นเรื่องที่ต้องไปพิสูจน์กันในศาล