ตามตร.กรุงเก่าแกะรอยปิดคดีฆ่าชำแหละสยองฝีมือเมีย-อ้างถูกทารุณ! : สดจากสนามข่าว
“ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ”
ประโยคอมตะที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกบรรดานายตำรวจนักสืบได้พิสูจน์ความเป็นจริงอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่จบคดีฆาตกรรมสุดสยองในเวลาอันรวดเร็ว

ใส่ถุงดำนำไปทิ้ง
บ่ายวันที่ 1 มี.ค. ชาวบางปะอิน กรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา ก็ต้องเกิดความรู้สึกสยดสยองเป็นอย่างมาก เมื่อมีคนเก็บของเก่าวิ่งหน้าตาตื่นไปแจ้ง น.ส.จรรยา ทรัพย์พล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.บางประแดง อ.บางปะอิน ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกเผาทิ้งไว้ในป่าริมถนนสาย 347 ช่วงบางปะอิน มุ่งหน้าบางปะหัน
ผู้ใหญ่จรรยารีบประสานตำรวจ สภ.บางปะอิน ทันที โดยพ.ต.อ.สมเจษฐ แม้นบุตร ผกก. พร้อม ร.ต.อ.มาลา แย้มชม รองสว.สอบสวน รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่ สมาคมอยุธยารวมใจ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยา เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นพบชิ้นส่วนมนุษย์ลักษณะเป็นท่อนแขนและขาถูกตัดเป็นท่อนๆ รวม 6 ชิ้น ถูกเผาอำพรางมีสภาพไหม้เกรียมไปแล้ว 50% ตรวจสอบโดยรอบพบมีร่องรอยการเผาหญ้าเป็นทางยาวประมาณ 50 เมตร

ภาพวงจรปิดขณะขนชิ้นส่วนไปทิ้ง
สอบถามชาวบ้านข้างเคียงทราบว่า พบมีเปลวเพลิงลุกไหม้บริเวณดังกล่าวช่วงประมาณ 22.00 น. วันที่ 28 ก.พ. แต่ไม่มีชาวบ้านสนใจ เนื่องจากคิดว่าเป็นการเผาหญ้าข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบเพื่อสืบหาเบาะแสเพิ่มเติม กระทั่งพบรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะอีซูซุสีขาว ทะเบียน ณท 6274 กรุงเทพมหานคร ซึ่งบรรทุกถุงดำจำนวนมากในกระบะท้ายรถ
เพียงไม่กี่ชั่วโมงตำรวจบช.ภาค 1, บก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และบก.ภ.จว.นนทบุรี ก็นำกำลังไปตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 2 มี.ค. หลังตรวจลายนิ้วมือจากชิ้นส่วนศพดังกล่าวพบว่าตรงกับนายสุบิน เกตุหิรัญ อายุ 54 ปี อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของรถกระบะต้องสงสัยและเป็นสามีเจ้าของบ้านหลังนี้

ทำแผนฯฆ่าโหดที่บ้านใน จ.นนทบุรี
นางวาสนา หรือ จอย เข็มขาว อายุ 34 ปี ภรรยาของนายสุบิน และนายอนันตชัย ถิ่นชัยโย อายุ 23 ปี หลานชาย ที่อยู่ภายในบ้าน ยินยอมตามเจ้าหน้าที่ไปให้ปากคำที่สภ.บางปะอิน แต่โดยดี ก่อนเปิดปากรับสารภาพแต่โดยดีว่าร่วมกันก่อเหตุฆ่าหั่นศพหฤโหดครั้งนี้
ทั้งคู่ให้การอ้างว่า นางวาสนาถูกนายสุบินทำร้ายร่างกายบ่อยครั้งเวลาที่เมาสุราจนทนไม่ไหว นำเรื่องไปปรับทุกข์กับนาย อนันตชัยหลานชายหลายครั้งจนเกิดความสงสาร จึงร่วมกันใช้อาวุธมีดสปาร์ตาแทงจนนายสุบินเสียชีวิต
จากนั้นชำแหละศพแยกชิ้นส่วนใส่ถุงดำนำขึ้นรถยนต์กระบะไปทำลาย โดยชิ้นส่วนของแขน ขา เผาทิ้งบริเวณถนนสาย 347 อ.บางปะอิน จากนั้นขับรถยนต์กระบะมาที่ถนนสาย 356 เลี่ยงเมืองอยุธยา นำศีรษะทิ้งบริเวณใกล้กับสี่แยกบ้านกรด อ.บางปะอิน แล้วมุ่งหน้านำส่วนลำตัวไปทิ้งภายในซอยโรงงานอิฐบล็อก ม.4 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ย้อนนาทีชำแหละ
ภายหลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องติดตามมาจับกุมตัว จึงรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งสืบสวนมาจับกุมตัวได้
พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม, พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.นราเดช ทิพน์รักษ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รองผบก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันนำตัวสองผู้ต้องหาน้าหลานที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพนายสุบินมาทำแผนประกอบ คำรับสารภาพยังบ้านที่เกิดเหตุในต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ในวันที่ 3 มี.ค.

จุดแรกที่พบในอ.บางปะอิน
ขณะที่พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนภาค 1 ชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน ชุดสืบสวน สภ.พระนคร ศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ กระจายกำลังค้นหาชิ้นส่วนที่เหลือตามคำให้การของผู้ต้องหาจนครบทั้งหมด
ปิดคดีสยองเมืองกรุงเก่าไปได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
ณัฐวุฒิ ทิพย์ประโภชน์
ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ
สันติ ประหร่ำภากรณ์
เรื่อง/ภาพ